ผู้นำสูงสุดอิหร่านท้าทายทรัมป์! ลั่นจะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์-ขีปนาวุธของชาติจนถึงที่สุด

1 พ.ค. 2569 - 09:21

  • มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ด้วยท่าทีท้าทายว่า “จะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน”

  • แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการตอบโต้ทรัมป์ที่ต้องการจะทำลายขีดความสามารถของขีปนาวุธเหล่านั้น

  • มุจตาบากล่าวโทษการประจำการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางด้วยว่า ‘เป็นสาเหตุของความไม่มั่นคงในภูมิภาค’

ผู้นำสูงสุดอิหร่านท้าทายทรัมป์! ลั่นจะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์-ขีปนาวุธของชาติจนถึงที่สุด

อยาตอลลาห์ มุจตาบา คาเมเนอี  ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) ด้วยท่าทีท้าทายว่าจะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งเป็นการตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่พยายามจะจำกัดอาวุธเหล่านั้นผ่านการโจมตีทางอากาศและเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับการหยุดยิงที่ไม่มั่นคงของสงคราม 

“สถานที่เดียวที่ชาวอเมริกันควรอยู่ในอ่าวเปอร์เซียคือ ‘ก้นท้องมหาสมุทร’ และ ‘บทใหม่’ กำลังถูกเขียนขึ้นในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้...วันนี้ 2 เดือนหลังจากปฏิบัติการทางทหารและการรุกรานครั้งใหญ่ที่สุดของโลกในภูมิภาคนี้ และความล้มเหลวอันน่าละอายของอเมริกาในแผนการของตัวเอง บทใหม่กำลังเกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ”  

“อนาคตที่สดใสของภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะเป็นอนาคตที่ปราศจากอเมริกา และจะเป็นอนาคตที่มุ่งเน้นความก้าวหน้า ความสะดวกสบาย และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนในภูมิภาคนี้” แถลงการณ์ระบุ  

มุจตาบายังกล่าวโทษการประจำการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางว่า ‘เป็นสาเหตุของความไม่มั่นคงในภูมิภาค’ฐานทัพหุ่นเชิดของอเมริกานั้นไม่มีแม้แต่กำลังและความสามารถที่จะรักษาความปลอดภัยของตนเองได้ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับความหวังที่ว่าอเมริกาจะให้ความปลอดภัยแก่ผู้ที่อยู่ในความดูแลและผู้ที่รักอเมริกาในภูมิภาคนี้”  

นอกจากนี้ มุจตาบายังกล่าวอีกว่า “อิหร่านจะปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างเด็ดขาด” ซึ่งเป็นการตอบโต้อย่างชัดเจนต่อความปรารถนาของทรัมป์ที่จะทำลายขีดความสามารถเหล่านั้น 

“ชาวอิหร่านมองว่าศักยภาพด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของประเทศเป็น ‘ทุนของชาติ’ และจะปกป้องสิ่งเหล่านี้เหมือนกับพรมแดนทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ” 

แถลงการณ์ระบุ   

มุจตาบาไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งผู้นำสูงสุด หลังจากบิดาของเขาถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

คำกล่าวของมุจตาบาเกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจของอิหร่านกำลังสั่นคลอนและอุตสาหกรรมน้ำมันกำลังถูกบีบจากการปิดล้อมของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ขัดขวางไม่ให้เรือบรรทุกน้ำมันออกสู่ทะเล ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็อยู่ภายใต้แรงกดดันเช่นกัน เนื่องจากอิหร่านยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ 1 ใน 5 ของโลก  

ความผันผวนของอุปทานและราคาน้ำมันนี้กำลังสร้างแรงกดดันต่อทรัมป์ ซึ่งกำลังพิจารณาแผนใหม่เพื่อเปิดเส้นทางสำคัญที่พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียของสหรัฐฯ ใช้ในการส่งออกน้ำมันและก๊าซ 

ตามแผนดังกล่าว สหรัฐฯ จะยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไป ในขณะเดียวกันก็ประสานงานกับพันธมิตรเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษที่สูงขึ้นต่อความพยายามของอิหร่านในการขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี  

ส่วนทรัมป์เองก็กำลังพิจารณาทางเลือกทางการทูตและนโยบายหลายประการเพื่อกดดันอิหร่านให้ยุติการปิดช่องแคบดังกล่าว  

(Photo by Shutterstock / apps media production) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์