แหล่งข่าว 3 รายเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) ที่ผ่านมาว่า“อิหร่านได้สั่งการให้กลุ่มฮูตีในเยเมนเตรียมพร้อมปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในทะเลแดง หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน” ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมและสร้างภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อการจัดหาพลังงานทั่วโลก
แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่าน 2 ราย รวมถึงแหล่งข่าวในภูมิภาคที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ ระบุว่า “แนวคิดดังกล่าวได้มีการหารือกันภายในกลุ่มผู้นำของอิหร่านแล้ว และมีการส่งสารแจ้งไปยังกลุ่มฮูตีซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านเป็นที่เรียบร้อย”
“กลุ่มฮูตีเพิ่งได้รับแจ้งคำขอจากรัฐบาลอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เคยมีการรายงานข่าวจากที่ไหนมาก่อน” แหล่งข่าวระบุ
แต่แหล่งข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีการส่งสารดังกล่าวด้วยวิธีใด หรือเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) ที่ผ่านมาหรือไม่
“ทางกลุ่มเตรียมพร้อมโจมตีเรือสินค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตั้งขีปนาวุธและโดรนบริเวณพื้นที่สูงของเยเมนที่สามารถมองเห็นเมืองโฮเดดา อ่าวเอเดน และช่องแคบบับเอลมันเดบที่เป็นประตูสู่ทะเลแดง และในขณะนี้กำลังรอเพียงคำสั่งเพื่อเริ่มเปิดฉากโจมตีเท่านั้น”
— แหล่งข่าววงในกลุ่มฮูตีเผย
การข่มขู่ใดๆ ต่อทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ เสี่ยงที่จะซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกให้รุนแรงยิ่งขึ้นอย่างมหาศาล สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำว่า สงครามรอบใหม่พร้อมจะปะทุรุนแรงขึ้นทุกเมื่อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ วิกฤตพลังงานโลกได้เริ่มขึ้นแล้วจากการที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดไปก่อนหน้านี้แล้ว หากกลุ่มฮูตีเปิดฉากโจมตีเรือหรือท่าเรือต่างๆ ในทะเลแดงเพิ่มอีก ก็จะส่งผลให้เส้นทางส่งออกน้ำมันหลักทั้งสองแห่งของตะวันออกกลางถูกตัดขาดพร้อมกันทันที ซึ่งจะกลายเป็นการเปิดศึกแนวรบใหม่ที่จะทำให้วิกฤตพลังงานโลกแย่ลง และขยายวงสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ให้บานปลายยิ่งขึ้น
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับกลุ่มฮูตีเปิดเผยว่า “ผู้แทนของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ที่ประจำการอยู่ในเยเมน จะเป็นผู้ชี้ขาดว่าควรจะสั่งปิดช่องแคบบับเอลมันเดบเมื่อใด”
สถานการณ์ในภูมิภาคทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากกลุ่มฮูตีเปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มซาอุดีอาระเบีย เพื่อแก้แค้นที่ซาอุดีอาระเบียทิ้งระเบิดใส่สนามบินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี เมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดศึกระลอกนี้ถือเป็นการฉีกข้อตกลงหยุดยิงระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีที่รักษากันมานานถึง 4 ปีลงโดยสิ้นเชิง
“การปะทะกันระลอกใหม่ระหว่างกลุ่มฮูตีและซาอุดีอาระเบีย เกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากการสู้รบทวีความรุนแรงขึ้น และขยายวงกว้างไปกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งสินค้าในทะเลแดง เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อเส้นทางหลักเพียงแห่งเดียวที่เหลืออยู่สำหรับการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้”
— ทอร์บยอร์น โซลเวดต์ หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านตะวันออกกลางจาก ‘Verisk Maplecroft’ บริษัทวิเคราะห์ความเสี่ยง กล่าว
แหล่งข่าววงในรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเผยว่า “ทางการซาอุดีอาระเบียกำลังรับมือกับคำข่มขู่จากอิหร่านและกลุ่มฮูตีอย่างเคร่งครัด เพราะรู้ดีว่าตอนนี้กลุ่มฮูตีในเยเมนกกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับอิหร่านเพื่อควบคุมพื้นที่ทะเลแดง”
(Photo by Shutterstock / S.Gvozd)





