ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน เตือนเมื่อวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ว่า “การโจมตี อายะตุลลอฮ์ อะลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ จะเท่ากับการประกาศสงคราม” เพื่อตอบโต้ข่าวลือที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะลอบสังหาร หรือปลดคาเมเนอี
“การโจมตีผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศเรานั้นเทียบเท่ากับการประกาศสงครามเต็มรูปแบบกับชาติอิหร่าน”
— เปเซชเกียน โพสต์บน X พร้อมทั้งกล่าวโทษสหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุของการประท้วงที่เกิดขึ้นในอิหร่านตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทะลุ 5,000 รายแล้ว
เปเซชเกียน กล่าวเสริมว่า “สาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้ประชาชนอิหร่านเผชิญความยากลำบากและมีข้อจำกัดในชีวิต ก็มาจากความเป็นปรปักษ์ที่ยาวนานและมาตรการคว่ำบาตรอันไร้มนุษยธรรมของรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธมิตร”
ก่อนหน้านี้ในวันพุธ (14 ม.ค.) ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เกือบจะโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน แต่ในที่สุดก็ถอนกำลังออกไป เนื่องจากทรัมป์เลือกที่จะระงับปฏิบัติการท่ามกลางแรงกดดันจากภูมิภาคและทางการทูตที่เพิ่มขึ้น
สำนักข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เตือนทรัมป์ว่าอิสราเอลไม่พร้อมรับมือกับการตอบโต้ของอิหร่าน ขณะที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ก็ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ‘ระงับ’ การโจมตีเช่นกัน โดยอ้างถึงความเสี่ยงต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Politico เมื่อวันเสาร์ (17 ม.ค.) ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้อิหร่าน ‘ยุติ’ การปกครองเกือบ 40 ปีของคาเมเนอี ซึ่งทรัมป์บอกว่า “เขา (คาเมเนอี) เป็นคนป่วยที่บริหารประเทศไม่ดีและยังสังหารประชาชนอีก” ด้านคาเมเนอีก็ออกมาตำหนิสหรัฐฯ และประณามทรัมป์ว่าเป็น ‘อาชญากร’ ที่สนับสนุนการประท้วงในอิหร่าน
เจ้าหน้าที่อิหร่านในภูมิภาคเผยเมื่อวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ว่า “มีผู้เสียชีวิตจากการประท้วงในอิหร่านอย่างน้อย 5,000 ราย” และกล่าวหาว่า “ผู้ประท้วงเองนั่นแหละที่เป็นผู้ก่อการร้าย ก่อจลาจลติดอาวุธ และเป็นผู้สังหารชาวอิหร่านผู้บริสุทธิ์” ขณะที่สำนักข่าวสิทธิมนุษยชนรายงานว่า “มีผู้ประท้วงถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 24,348 ราย จากการปราบปรามของรัฐบาลในครั้งนี้”
(Photo by KHAMENEI.IR / AFP)





