อิหร่านออกมาขู่สหภาพยุโรปว่า “การที่สหภาพยุโรปประกาศให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็น ‘องค์กรก่อการร้าย’ นั้น จะก่อให้เกิด ‘ผลที่ตามมาอย่างร้ายแรง’” ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านและชาติตะวันตก
ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) คายา คาลลัส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า “สหภาพยุโรปได้ประกาศให้กองกำลัง IRGC) เป็น ‘องค์กรก่อการร้าย’ เนื่องจากการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง...เราไม่สามารถนิ่งเฉยต่อการปราบปรามดังกล่าวโดยไม่ตอบโต้ได้”
“ระบอบการปกครองใดก็ตามที่สังหารประชาชนของตัวเองหลายพันคน ก็เหมือนกับกำลังเดินมุ่งสู่ความล่มสลายของตัวเอง...การประกาศดังกล่าวทำให้ IRGC อยู่ในรายชื่อองค์กรก่อการร้ายเช่นเดียวกับเครือข่ายอัลกออิดะฮ์ ฮามาส และกลุ่มรัฐอิสลาม...หากคุณกระทำการก่อการร้าย คุณก็ควรได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ก่อการร้าย”
— คัลลาส โพสต์ข้อความบน X
ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวรัฐบาลอิหร่าน (IRNA) ระบุว่า “กองบัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพอิหร่านเรียกการตัดสินใจของสหภาพยุโรปว่า ‘ไร้เหตุผล ไร้ความรับผิดชอบ และมุ่งร้าย’” พร้อมทั้งกล่าวหาผู้นำยุโรปว่า “ทำตามนโยบายของสหรัฐฯ และอิสราเอล”
“กองกำลัง IRGC มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรง รวมถึงกลุ่มรัฐอิสลาม...ผลอันตรายจากคำตัดสินใจที่เป็นปรปักษ์และยั่วยุนี้จะกระทบถึงผู้นำยุโรปโดยตรง” แถลงการณ์ระบุ
ขณะที่ อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหารัฐบาลยุโรปว่า “ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อสงครามในตะวันออกกลางที่กว้างขึ้น ยุโรปกลับกำลังโหมกระหน่ำไฟ หลายประเทศกำลังพยายามหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาค แต่รัฐในยุโรปกลับไม่ทำเช่นนั้น”
“การประกาศให้ IRGC เป็นกลุ่มก่อการร้ายนั้นเป็น ‘ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่’ ที่เกิดขึ้นตามคำสั่งของสหรัฐฯ...ยุโรปจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงหากเกิดความขัดแย้งขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น”
— อาราคชี กล่าว
ขณะเดียวกัน อาลี ชามคานี ที่ปรึกษาคนสำคัญของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก็กล่าวหาว่า “สหรัฐฯ และยุโรปได้ ‘บิดเบือนแนวคิด’ ของการก่อการร้ายผ่านการกำหนดให้ IRGC เป็นกลุ่มก่อการร้าย”
(Photo by OZAN KOSE / AFP)





