เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านเตือนเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) ว่า ‘สงครามกับอิสราเอลอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อ’ โดยระบุว่าภาวะสงบนิ่งในปัจจุบันหลังเกิดความขัดแย้ง 12 วันเมื่อเดือนมิถุนายนเป็นเพียงการ ‘หยุดยิงชั่วคราว’ เท่านั้น
“เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเผชิญหน้าในทุกขณะ ขณะนี้เรายังไม่ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงด้วยซ้ำ เราอยู่ระหว่างการยุติการสู้รบ”
— โมฮัมหมัด เรซา อาเรฟ รองประธานาธิบดีคนที่หนึ่ง กล่าว
เมื่อ ‘การหยุดยิงชั่วคราว’ ไม่ใช่สันติภาพ...

การสู้รบในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลโจมตีฐานปฏิบัติการนิวเคลียร์ และฐานทัพทหารของอิหร่าน รวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงและนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ ต่อมาอิหร่านจึงตอบโต้โดยการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในอิสราเอลไปหลายสิบคน
แต่หลังจากสู้รบกันนาน 12 วัน สหรัฐฯ ก็เข้ามาเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพียง 2 วันหลังจากสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามโดยการทิ้งระเบิดโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีการตกลง ‘หยุดยิง’ อย่างเป็นทางการ ซึ่งฝั่งอิหร่านมองว่า เป็นเพียงการ ‘หยุดปฏิบัติการชั่วคราว’ ที่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น
เมื่อวันอาทิตย์ (17 ส.ค.) ที่ผ่านมา ยาห์ยา ราฮิม ซาฟาวี ที่ปรึกษาทางทหารของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน บอกกับสื่อ Shargh ของอิหร่านว่า “อิหร่านกำลัง ‘เตรียมแผนรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด’”
“ตอนนี้เราไม่ได้หยุดยิง เราอยู่ในช่วงสงคราม ซึ่งอาจล่มสลายได้ทุกเมื่อ ไม่มีพิธีการ ไม่มีกฎระเบียบ ไม่มีข้อตกลงใดๆ ระหว่างเรากับอิสราเอล และระหว่างเรากับอเมริกา”
— ซาฟาวี กล่าว
ความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์เพิ่มสูงขึ้น!
ชาติตะวันตกกล่าวหาอิหร่านว่าพยายามแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ผ่านโครงการนิวเคลียร์ของตัวเอง ซึ่งทางอิหร่านก็ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติระบุว่า อิหร่านเป็นรัฐเดียวที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยังเสริมสมรรถนะยูเรเนียมถึง 60% สูงกว่าขีดจำกัด 3.67% ภายใต้ข้อตกลงปี 2015 อย่างมาก ซึ่งระดับนี้ใกล้เคียงกับระดับ 90% ที่จำเป็นสำหรับการทำระเบิดนิวเคลียร์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างก็ขู่ว่าจะรื้อฟื้นมาตรการ ‘คว่ำบาตร’ ที่ยกเลิกไปแล้วภายใต้ข้อตกลงปี 2015 แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านได้เตือนถึง ‘ผลกระทบร้ายแรง’ และส่งสัญญาณว่า “อิหร่านอาจถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (nuclear non-proliferation treaty)”
(Photo by KHAMENEI.IR / AFP)




