ชายชาวอิหร่านถูกยิงเสียชีวิตโดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยอิหร่าน หลังจากผู้เสียชีวิตบีบแตรรถยนต์ฉลองที่ทีมชาติอิหร่านพ่ายแพ้ให้กับสหรัฐฯ และตกรอบในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ นอกจากนี้ยังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกสนามกีฬาในกาตาร์และทั่วอิหร่าน
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เมห์ราน ซามัค วัย 27 ปี ถูกยิงเสียชีวิตหลังจากบีบแตรรถในเมืองบันดาร์ อันซาลี เมืองริมชายฝั่งทะเลแคสเปียน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) ในออสโลกล่าวว่า ซามัคถูกโจมตีโดยตรงและยิงเข้าที่ศีรษะโดยกองกำลังความมั่นคง หลังจากความพ่ายแพ้ของทีมชาติอิหร่านต่อทีมชาติสหรัฐฯ
ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งตัดสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามอย่างรุนแรงในอิหร่าน หลังจากการประท้วงที่เกิดจากการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ด วัย 22 ปี ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ตามการรายงานของ IHR ระบุว่า กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านสังหารผู้คนอย่างน้อย 448 คนในการปราบปรามการประท้วง ซึ่งรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 60 คน และผู้หญิง 29 คน
ด้าน ซาอิด เอซาโตลาฮี กองกลางทีมชาติอิหร่าน ซึ่งเล่นในแมตช์สหรัฐฯ และมาจากบันดาร์ อันซาลี เปิดเผยว่าเขารู้จักซามัค และโพสต์ภาพที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในทีมฟุตบอลเยาวชน
“หลังจากการสูญเสียเมื่อคืนนี้ ข่าวการจากไปของเขาทำให้หัวใจของผมลุกเป็นไฟ” เอซาโตลาฮี กล่าวบนอินสตาแกรมส่วนตัวโดยบอกว่าซามัคเป็นเพื่อนร่วมทีมในวัยเด็กของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์การเสียชีวิตของเพื่อน แต่เขากล่าวว่าสักวันหนึ่งหน้ากากจะหลุด และความจริงจะถูกเปิดเผย
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เยาวชนของเราสมควรได้รับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศชาติของเราสมควรได้รับ” เอซาโตลาฮี กล่าว
ชาวอิหร่านหลายคนปฏิเสธที่จะสนับสนุนทีมชาติของตน และหลังจากการแข่งขันภาพบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นฝูงชนโห่ร้องและจุดดอกไม้ไฟ ซึ่งการเฉลิมฉลองดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากแฟนบอลนอกสนามในกรุงโดฮาพยายามที่จะเน้นย้ำถึงการประท้วงและการปราบปรามของรัฐบาลอิหร่าน
“ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่มีสิทธิมีเสียงในอิหร่าน” ชาวอิหร่านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวกับ Reuters
ช่วงต้นของการแข่งขันในครึ่งหลัง แฟนบอลกลุ่มหนึ่งชูจดหมายสั้นๆ ที่สะกดชื่อ มาห์ซา อามินี เพื่อเรียกเสียงปรบมือจากกองเชียร์ชาวอิหร่านที่อยู่รอบๆ
ภายใต้แรงกดดันที่ต้องสนับสนุนผู้ประท้วงอย่างเปิดเผย ทีมอิหร่านปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติในเกมแรกที่พบกับอังกฤษ ซึ่งเป็นเกมที่พวกเขาแพ้ 6-2 ขณะที่นอกสนามหลังการแข่งขัน นักข่าว Reuters เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ตามคนตะลุมบอนกันบริเวณสนาม ผู้คุม 3 คนตรึงชายคนหนึ่งไว้กับพื้นซึ่งสวมเสื้อยืดที่มีคำว่า ‘ผู้หญิง ชีวิต เสรีภาพ’ ซึ่งเป็นสโลแกนหลักของขบวนการประท้วงของอิหร่าน
นอกจากนี้ The New York Post ยังรายงานว่า ไมค์ เบเคอร์ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการลับของ CIA เผยว่า นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านอาจถูกลงโทษเป็นโทษปรับ หรืออาจถูกจับกุมหลังเดินทางกลับถึงบ้าน เพราะไม่สามารถเอาชนะสหรัฐฯ ได้
เบเกอร์บอกกับ The New York Post ว่า รัฐมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ชัยชนะเท่านั้น ซึ่งมันเป็นการใช้มันเพื่อจุดประสงค์ของตัวเอง
เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ย.) ที่ผ่านมา CNN รายงานว่า ครอบครัวของทีมอิหร่านจะถูกขู่จำคุกและทรมาน หากนักเตะ ‘ประพฤติตัว’ ไม่ดี ก่อนการแข่งขันกับสหรัฐฯ ขณะที่ผู้เล่นชาวอิหร่านถูกบังคับให้พบกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านก่อนเกมเตะกับอังกฤษด้วย
“ตอนนี้ทีมอิหร่านอาจถูกปรับหรือถูกจับกุมหลังจากความพ่ายแพ้เมื่อวันอังคาร (29 พ.ย.) เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน เพื่อเป็นการตอบโต้สำหรับความไม่ซื่อสัตย์ และความล้มเหลวในการเอาชนะศัตรู” เบเกอร์ กล่าว
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า เมห์ราน ซามัค วัย 27 ปี ถูกยิงเสียชีวิตหลังจากบีบแตรรถในเมืองบันดาร์ อันซาลี เมืองริมชายฝั่งทะเลแคสเปียน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน
กลุ่มสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) ในออสโลกล่าวว่า ซามัคถูกโจมตีโดยตรงและยิงเข้าที่ศีรษะโดยกองกำลังความมั่นคง หลังจากความพ่ายแพ้ของทีมชาติอิหร่านต่อทีมชาติสหรัฐฯ
ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งตัดสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามอย่างรุนแรงในอิหร่าน หลังจากการประท้วงที่เกิดจากการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของมาห์ซา อามินี หญิงชาวเคิร์ด วัย 22 ปี ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา
ตามการรายงานของ IHR ระบุว่า กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านสังหารผู้คนอย่างน้อย 448 คนในการปราบปรามการประท้วง ซึ่งรวมถึงเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 60 คน และผู้หญิง 29 คน
ด้าน ซาอิด เอซาโตลาฮี กองกลางทีมชาติอิหร่าน ซึ่งเล่นในแมตช์สหรัฐฯ และมาจากบันดาร์ อันซาลี เปิดเผยว่าเขารู้จักซามัค และโพสต์ภาพที่พวกเขาอยู่ด้วยกันในทีมฟุตบอลเยาวชน
“หลังจากการสูญเสียเมื่อคืนนี้ ข่าวการจากไปของเขาทำให้หัวใจของผมลุกเป็นไฟ” เอซาโตลาฮี กล่าวบนอินสตาแกรมส่วนตัวโดยบอกว่าซามัคเป็นเพื่อนร่วมทีมในวัยเด็กของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์การเสียชีวิตของเพื่อน แต่เขากล่าวว่าสักวันหนึ่งหน้ากากจะหลุด และความจริงจะถูกเปิดเผย
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เยาวชนของเราสมควรได้รับ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ประเทศชาติของเราสมควรได้รับ” เอซาโตลาฮี กล่าว
ชาวอิหร่านหลายคนปฏิเสธที่จะสนับสนุนทีมชาติของตน และหลังจากการแข่งขันภาพบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นฝูงชนโห่ร้องและจุดดอกไม้ไฟ ซึ่งการเฉลิมฉลองดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากแฟนบอลนอกสนามในกรุงโดฮาพยายามที่จะเน้นย้ำถึงการประท้วงและการปราบปรามของรัฐบาลอิหร่าน
“ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่มีสิทธิมีเสียงในอิหร่าน” ชาวอิหร่านรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ กล่าวกับ Reuters
ช่วงต้นของการแข่งขันในครึ่งหลัง แฟนบอลกลุ่มหนึ่งชูจดหมายสั้นๆ ที่สะกดชื่อ มาห์ซา อามินี เพื่อเรียกเสียงปรบมือจากกองเชียร์ชาวอิหร่านที่อยู่รอบๆ
ภายใต้แรงกดดันที่ต้องสนับสนุนผู้ประท้วงอย่างเปิดเผย ทีมอิหร่านปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติในเกมแรกที่พบกับอังกฤษ ซึ่งเป็นเกมที่พวกเขาแพ้ 6-2 ขณะที่นอกสนามหลังการแข่งขัน นักข่าว Reuters เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ตามคนตะลุมบอนกันบริเวณสนาม ผู้คุม 3 คนตรึงชายคนหนึ่งไว้กับพื้นซึ่งสวมเสื้อยืดที่มีคำว่า ‘ผู้หญิง ชีวิต เสรีภาพ’ ซึ่งเป็นสโลแกนหลักของขบวนการประท้วงของอิหร่าน
นอกจากนี้ The New York Post ยังรายงานว่า ไมค์ เบเคอร์ เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการลับของ CIA เผยว่า นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านอาจถูกลงโทษเป็นโทษปรับ หรืออาจถูกจับกุมหลังเดินทางกลับถึงบ้าน เพราะไม่สามารถเอาชนะสหรัฐฯ ได้
เบเกอร์บอกกับ The New York Post ว่า รัฐมุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ชัยชนะเท่านั้น ซึ่งมันเป็นการใช้มันเพื่อจุดประสงค์ของตัวเอง
เมื่อวันจันทร์ (28 พ.ย.) ที่ผ่านมา CNN รายงานว่า ครอบครัวของทีมอิหร่านจะถูกขู่จำคุกและทรมาน หากนักเตะ ‘ประพฤติตัว’ ไม่ดี ก่อนการแข่งขันกับสหรัฐฯ ขณะที่ผู้เล่นชาวอิหร่านถูกบังคับให้พบกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านก่อนเกมเตะกับอังกฤษด้วย
“ตอนนี้ทีมอิหร่านอาจถูกปรับหรือถูกจับกุมหลังจากความพ่ายแพ้เมื่อวันอังคาร (29 พ.ย.) เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน เพื่อเป็นการตอบโต้สำหรับความไม่ซื่อสัตย์ และความล้มเหลวในการเอาชนะศัตรู” เบเกอร์ กล่าว



