อิสราเอลเตือนพลเมืองของตัวเองถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่ามีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
สภาความมั่นคงแห่งชาติ (NSC) กล่าวว่าได้รับข่าวกรองว่าผู้ร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรม ครูสอนศาสนา (รับไบ) ซวี โคแกน พลเมืองชาวอิสราเอล-มอลโดวา ที่นครดูไบเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน กำลังวางแผนก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเป้าหมายมาที่ประเทศไทยเป็นพิเศษ เนื่องจากไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวอิสราเอล
NSC แนะนำให้ผู้ที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบันหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลและชาวยิว ควรเพิ่มความระมัดระวังในสถานที่สาธารณะ หลีกเลี่ยงการแสดงสัญลักษณ์ของอิสราเอล ติดต่อหน่วยงานในพื้นที่ในกรณีที่เกิดภัยคุกคามหรือความรุนแรง หลีกเลี่ยงการโพสต์รายละเอียดการเดินทางบนโซเชียลมีเดีย และหลีกเลี่ยงการแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับบริการใน IDF (กองกำลังป้องกันอิสราเอล) หรือหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ทั้งทางออนไลน์และในการพูดคุยกัน
สัปดาห์ที่แล้ว สำนักนายกรัฐมนตรีได้เตือนการเดินทางไปยังประเทศไทยเป็นระดับ 2 โดยแนะนำให้พลเมือง ‘ใช้มาตรการป้องกันที่เพิ่มมากขึ้น’ แต่ไม่ถือว่าเป็นการเรียกร้องให้หลีกเลี่ยงหรือออกนอกประเทศแต่อย่างใด
“ชาวอิสราเอลควรหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล โดยเน้นไปที่งานที่มีกำหนดการล่วงหน้า หรือสถานที่บันเทิงและการรวมตัวที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล และแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นที่หากพบว่ามีเหตุอันตรายต่อชาวอิสราเอล” NSC ระบุ
NSC ได้ออกคำเตือนที่คล้ายกันเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เนื่องจากมีรายงานว่าตำรวจไทยได้เตือนถึงการวางแผนก่อการร้ายที่งานฟูลมูนปาร์ตี้วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่เกาะพะงัน ปลายทางยอดนิยมของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลหลายหมื่นคนเดินทางมาที่นี่ สำหรับคำเตือนล่าสุดมีขึ้นหลังจากพบศพของโคแกน
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จับกุมผู้ต้องสงสัย 3 คนที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมโคแกน ซึ่งถูกพบศพเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน เพียงไม่กี่วันหลังจากมีการแจ้งว่าโคแกนหายตัวไปในดูไบ
กระทรวงมหาดไทยของ UAE กล่าวว่า “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสถาบันต่างๆ ของประเทศมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปกป้องความปลอดภัยของพลเมือง ผู้อยู่อาศัย และนักท่องเที่ยว” แต่กระทรวงไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับตัวตนของผู้ต้องสงสัย
ก่อนหน้านี้ ทางการอิสราเอลระบุว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พบศพของโคแกนแล้ว ขณะที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเรียกการฆาตกรรมครั้งนี้ว่าเป็น ‘การก่อการร้ายต่อต้านชาวยิวที่น่ารังเกียจ’
“รัฐอิสราเอลจะใช้ทุกวิถีทาง และจะจัดการกับฆาตกรเหล่านี้ รวมถึงผู้ที่ส่งพวกเขาไป โดยจะใช้กฎหมายให้ถึงที่สุด...ไม่มีใครจะหนีรอดไปได้” นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน
คำเตือนการเดินทางใน UAE
อิสราเอลยังเน้นย้ำคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยัง UAE และหลีกเลี่ยงธุรกิจ รวมถึงสถานที่รวมตัวที่ระบุว่ามีประชากรอิสราเอลและชาวยิวอาศัยอยู่ นอกจากนี้คำเตือนดังกล่าวยังแนะนำให้พลเมืองหลีกเลี่ยงการโพสต์รายละเอียดการเดินทางบนโซเชียลมีเดีย และลดการเดินทาง
นับตั้งแต่สงครามอิสราเอล-ฮามาสเริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 รัฐบาลอิสราเอลได้เตือนพลเมืองของตัวเองที่เดินทางไปต่างประเทศเกี่ยวกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ขณะเดียวกันทางรัฐบาลเองก็ได้เพิ่มระดับการเตือนภัยในหลายสิบประเทศ รวมถึง UAE ด้วย
เนทันยาฮูกล่าวว่าเขารู้สึกขอบคุณที่ UAE ให้ความร่วมมือในการสืบสวนการหายตัวไปและการเสียชีวิตของโคแกน “เราจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเราให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อเผชิญกับความพยายามของกลุ่มอนาธิปไตยที่จะทำลายความสัมพันธ์อันสงบสุขระหว่างเรา...เราจะเสริมสร้างความสัมพันธ์นี้ให้แข็งแกร่งขึ้น และเราจะทำงานเพื่อขยายเสถียรภาพในภูมิภาค” เนธันยาฮู กล่าว
Photo by Ahmad GHARABLI / AFP




