‘Iron Beam’ ระบบสกัดกั้นด้วยเลเซอร์กำลังสูงราคาประหยัดของอิสราเอลประสบความสำเร็จในการทดสอบ และพร้อมให้กองทัพนำไปใช้งานจริงในปลายปีนี้ โดยจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Ohr Eitan’ (แสงสว่างของ ‘Eitan’) ตามชื่อ ‘อิธาน ออสเตอร์’ (Eitan Oster) นายทหารอิสราเอลที่เสียชีวิตในการสู้รบที่เลบานอน ซึ่งมีบิดาเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาระบบดังกล่าว
ไม่ได้เอามาใช้แทน ‘Iron Dome’
ระบบ Iron Beam เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีการป้องกันประเทศอิสราเอล ‘Rafael Advance Defense Systems’ มานานกว่าทศวรรษ ซึ่งจะทำหน้าที่เสริมระบบต่อต้านขีปนาวุธของอิสราเอลอย่าง ‘Iron Dome’, ‘David's Sling’ และ ‘Arrow’ โดยระบบเหล่านี้ถูกใช้สกัดกั้นจรวดจำนวนมากที่ยิงมาจากกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา อิซบุลเลาะห์จากเลบานอน และกลุ่มฮูษีในเยเมน
ปัจจุบันระบบสกัดกั้นจรวดมีราคาขั้นต่ำประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านบาท) ต่อเครื่อง ขณะที่ราคาเลเซอร์นั้นไม่สูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่เลเซอร์มุ่งเน้นสกัดไปที่ขีปนาวุธขนาดเล็กและโดรนเป็นหลัก
อิสราเอลประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการระบบเลเซอร์ระยะสั้นเพื่อโจมตีโดรนของศัตรูในปีที่ผ่านมา แต่ระบบ Iron Beam ใหม่นั้น ‘มีพิสัยการยิงที่ไกลกว่า’ ซึ่งสามารถติดตามและทำลายจรวด ปืนครก และเครื่องบินได้ด้วย โดยมีต้นทุนที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับขีปนาวุธจากพื้นถึงอากาศ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า “เมื่อประสิทธิภาพของระบบอาวุธเลเซอร์ Iron Beam ได้รับการพิสูจน์แล้ว เราคาดว่าจะเกิดการพัฒนาที่สำคัญในความสามารถด้านการป้องกันทางอากาศผ่านการติดตั้งระบบอาวุธเลเซอร์พิสัยไกลเหล่านี้ไปใช้งาน”
นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังระบุอีกว่า หลังจากพัฒนามาหลายปี พวกเขายังทดสอบระบบอาวุธเลเซอร์ Iron Beam เป็นเวลาหลายสัปดาห์ทางภาคใต้ของอิสราเอลล และพิสูจน์ประสิทธิภาพใน ‘รูปแบบปฏิบัติการที่สมบูรณ์ โดยการสกัดกั้นจรวด ปืนครก อากาศยาน และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ในสถานการณ์ปฏิบัติการที่หลากหลาย’
“นี่เป็นครั้งแรกในโลกที่ระบบสกัดกั้นด้วยเลเซอร์กำลังสูงได้เข้าสู่กระบวนการปฏิบัติการเต็มรูปแบบ”
— อามีร์ บารัม อธิบดีกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าว
ยูวัล สไตนิตซ์ ประธานบริษัท Rafael เผยว่า “Iron Beam ซึ่งสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีออปติกส์แบบปรับตัวของบริษัท จะเป็นระบบที่จะเปลี่ยนเกมอย่างไม่ต้องสงสัย และส่งผลกระทบต่อสงครามยุคใหม่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า จะไม่มีสิ่งใดที่เป็นศัตรูบินขึ้นไปในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน โดรน ขีปนาวุธร่อน กระสุนปืน หรือระเบิด เพราะเลเซอร์จะกำจัดทุกสิ่งที่ตรวจพบและมองเห็นได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
— สไตนิตซ์ คาดการณ์
แต่ข้อเสียหลักๆ ก็คือ...
ระบบเลเซอร์จะทำงานได้ไม่ดีนักในสภาพทัศนวิสัยต่ำ เช่น มีเมฆมาก หรือสภาพอากาศเลวร้ายอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ กระทรวงกลาโหมจึงมีแผนที่จะติดตั้งระบบนี้บนเครื่องบินด้วย ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดนี้ด้วยการนำระบบนี้ขึ้นไปไว้เหนือเมฆ แม้ว่าการพัฒนาดังกล่าวจะยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสำเร็จลุล่วง
(Photo by Israeli Ministry of Defence / AFP)




