รถถังและยานพาหนะทางทหารของอิสราเอลหลายสิบคันได้บุกเข้าไปในเขตที่อยู่อาศัยหลักของเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรุกคืบภาคพื้นดินของอิสราเอลที่มุ่งหมายจะยึดครองพื้นที่ดังกล่าว
ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นรถถัง รถดันดิน และรถลำเลียงพลหุ้มเกราะ กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณชายแดนเขตชีค ราดวัน ทางตอนเหนือของเมืองกาซาซิตี้ ขณะที่กองกำลังอิสราเอลยิงปืนใหญ่และระเบิดควันเพื่อกลบเกลื่อนการรุกคืบ
ก่อนสงคราม เขตชีค ราดวัน เคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนหลายหมื่นคน และถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของเมือง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในย่านที่พลุกพล่านที่สุดของเมืองกาซา เป็นที่ตั้งของโรงเรียน มัสยิด และตลาดหลายสิบแห่ง นอกจากนี้ เขตดังกล่าวยังครอบคลุมพื้นที่อาบู อิสกันดาร์ อัล-ตาวาม และอัล-ซาฟตาวี มีถนนอัล-จาลา ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมระหว่างใจกลางเมืองกาซา กับเขตทางตอนเหนือ
อิสราเอลกล่าวว่า “เป้าหมายของการรุกคืบเมืองกาซาซิตี้คือ การปลดปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวไว้ และเอาชนะกลุ่มฮามาสที่มีมากถึง 3,000 คน ในสิ่งที่อิสราเอลเรียกว่า ‘ฐานที่มั่นสุดท้าย’ ของกลุ่ม แต่ปฏิบัติการนี้กลับได้รับการประณามจากนานาชาติอย่างกว้างขวาง”
การบุกรุกเข้าไปในเขตชีค ราดวัน ได้กระตุ้นให้เกิดการอพยพอีกครั้ง ซึ่งหลายพันครอบครัวต่างพากันอพยพลงทางใต้
“การบุกรุกเมื่อวันพุธ (17 ก.ย.) เกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงที่มุ่งเป้าไปที่อาคารและถนนสายหลักทั่วพื้นที่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีภาคพื้นดิน”
— ประชาชนในเขตชีค ราดวัน เผย
ซาอัด ฮามาดา ชาวบ้านที่อพยพไปทางใต้กับครอบครัวเมื่อเช้าวันพุธ (17 ก.ย.) บอกกับ BBC ว่า “...พวกมันโจมตีแผงโซลาร์เซลล์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แท็งก์น้ำ แม้แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต...ชีวิตกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่บังคับให้คนส่วนใหญ่ต้องอพยพออกไป แม้จะตกอยู่ในอันตรายก็ตาม”
ภาพรถถังบนถนนในเมืองกาซาสร้างความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของเมือง ขณะที่ พยานเล่าว่า ภาพรถถังที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้บ้านของพวกเขาทำให้หวนนึกถึงการรุกรานครั้งก่อนๆ ซึ่งสิ้นสุดลงด้วยการที่ชุมชนทั้งหมดถูกปิดล้อม
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เขตนี้ถูกโจมตีทางอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง แต่การพบเห็นรถถังในพื้นที่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในปฏิบัติการภาคพื้นดินของอิสราเอล
กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศเมื่อเช้าวันพุธ (17 ก.ย.) ว่า ได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 150 แห่งทั่วเมืองกาซาภายใน 2 วันเพื่อสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดิน นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยานพาหนะทางทหารเก่าที่บรรทุกวัตถุระเบิดที่ได้รับการดัดแปลงให้ควบคุมจากระยะไกล ซึ่งสื่ออิสราเอลรายงานว่า ยานพาหนะเหล่านี้กำลังถูกขับไปยังตำแหน่งของฮามาสและจุดชนวนระเบิด
ขณะที่ทางด้านกลุ่มบรรเทาทุกข์ หน่วยงานสหประชาชาติ และหน่วยงานอื่นๆ ระบุว่า “พื้นที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่คาดว่าประชาชนจะอพยพเข้าไปนั้นแออัดอย่างมาก และไม่เพียงพอที่จะรองรับชาวปาเลสไตน์ราว 2 ล้านคนที่คาดว่าจะต้องเบียดเสียดกัน”
ประชาชนบางส่วนที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพให้อพยพไปยังพื้นที่ดังกล่าวเผยว่า พวกเขาไม่พบพื้นที่กางเต็นท์ จึงได้เดินทางกลับขึ้นเหนือ “มีการแจกใบปลิวสั่งให้เราอพยพทุกวัน ขณะที่กองทัพอิสราเอลยิงถล่มอาคารต่างๆ ในทุกทิศทาง แต่เราจะไปที่ไหนได้ ในเมื่อทางตอนใต้ไม่มีที่หลบภัย” มูนีร์ อัซซัม ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา บอกกับ BBC
อิสราเอลเปิดฉากสงครามในฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 ราย และอีก 251 คนถูกจับเป็นตัวประกัน นับตั้งแต่นั้นมา ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขของกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮามาสระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างน้อย 65,062 ราย โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก
(Photo by Jack GUEZ / AFP)




