ญี่ปุ่นเปิดการประชุมว่าด้วยการพัฒนาแอฟริกา (TICAD) ครั้งที่ 9 เป็นระยะเวลา 3 วัน โดยมีผู้นำจากทวีปแอฟริกาเข้าร่วม ขณะที่ทวีปนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้สินที่รุนแรงขึ้นจากการลดเงินช่วยเหลือของประเทศตะวันตก ความขัดแย้ง และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยประธานาธิบดี โบลา ทีนูบู แห่งไนจีเรีย ซิริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้ วิลเลี่ยม รูโต แห่งเคนยา และเลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตเรส
ญี่ปุ่นชิงตำแหน่งหุ้นส่วนใหม่
สำนักงานประธานาธิบดีรามาโฟซาระบุว่า วิกฤตหนี้สินและสภาพคล่องในทวีปแอฟริกากำลังทำให้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสังคมที่ท้าทายแย่ลง และจำกัดพื้นที่ทางการคลังของรัฐบาลในการสร้างเครือข่ายความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
จีนได้ลงทุนจำนวนมากในแอฟริกาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา โดยบริษัทจีนได้ลงนามในข้อตกลงมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างท่าเรือ รถไฟ ถนน และโครงการอื่นๆ ภายใต้โครงการ Belt and Road ของปักกิ่ง แต่การให้กู้ใหม่กำลังลดลง ประเทศกำลังพัฒนาต้องเผชิญกับ "คลื่นยักษ์" ของหนี้สินทั้งต่อปักกิ่งและเจ้าหนี้เอกชนระหว่างประเทศ
ประเทศแอฟริกานอกจากจะเผชิญกับการลดเงินช่วยเหลือจากตะวันตกแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากการยุบหน่วย US Agency for International Development (USAID) โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
แนวคิดใหม่ของอิชิบะ
นายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ กล่าวว่า แอฟริกามีโอกาสด้วยประชากรวัยหนุ่มสาวและทรัพยากรธรรมชาติ ญี่ปุ่นจะหารือว่าสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรเหล่านี้เป็นแหล่งพลังและเชื่อมโยงกับการเติบโตของญี่ปุ่นและความเจริญรุ่งเรืองของโลกได้อย่างไร
เสนอโซนเศรษฐกิจใหม่
อิชิบะพร้อมเสนอแนวคิด ‘โซนเศรษฐกิจ’ ที่ครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทรอินเดียและแอฟริกาในการประชุมครั้งนี้ ตามรายงานของ Kyodo News นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้คำมั่นว่าจะอบรมผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ 30,000 คนในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาดิจิทัลของอุตสาหกรรมและการสร้างงาน
องค์กรล็อบบี้ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เคดันเรน เตือนว่าโตเกียวต้องทำงานเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประเทศกำลังพัฒนา ญี่ปุ่นต้องเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือได้ โดยการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการแก้ไขปัญหาสังคมที่ประเทศใน Global South เผชิญอยู่
ญี่ปุ่นจะสามารถนำเสนอข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากจีนได้อย่างไรในการแข่งขันเพื่อชิงตลาดที่มีถึง 1.4 พันล้านคน และมีศักยภาพในการเป็นขุมพลังเศรษฐกิจโลกในอนาคต




