ข้อเสนอของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้ประเทศพันธมิตร อาทิ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือรบเข้าร่วมกับกองกำลังทางเรือของสหรัฐฯ เพื่อรักษาความปลอดภัยและเปิดทางให้ช่องแคบฮอร์มุซนั้น จนถึงช่วงสายของวันนี้ (16 มี.ค.) ยังไม่มีประเทศใดให้คำมั่นสัญญา
ญี่ปุ่น
นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เผยว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนที่จะส่งเรือไปช่วยรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ
“เรายังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการส่งเรือรบ เรากำลังพิจารณาว่าญี่ปุ่นสามารถทำอะไรได้บ้างโดยอิสระภายใต้กรอบกฎหมายของเรา” ทาคาอิจิกล่าวในรัฐสภา และว่า ยังไม่มีการร้องขออย่างเป็นทางการมาที่ทางการญี่ปุ่น
ทาคาอิจิเผยอีกว่า “รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาวิธีการตอบโต้ที่จำเป็นอยู่ เรากำลังพิจารณาว่าจะทำอะไรได้บ้าง และเราจะปกป้องเรือที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นและชีวิตของลูกเรือได้อย่างไร”
สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ได้สนทนากับพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยย้ำจุดยืนของโตเกียวเกี่ยวกับความสำคัญของการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบฮอร์มุซและตะวันออกกลาง และว่า ขณะนี้ญี่ปุ่นยังไม่มีแผนที่จะส่งเรือรบไปยังช่องแคบฮอร์มุซ
ออสเตรเลีย
แคทเธอรีน คิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของออสเตรเลียกล่าวว่า ออสเตรเลียจะไม่ส่งเรือรบไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ “เราจะไม่ส่งเรือไปที่ช่องแคบฮอร์มุซ เรารู้ว่ามันสำคัญมากเพียงใด แต่เราไม่ได้รับการร้องขอหรือมีส่วนร่วมใดๆ”
คิงเผยอีกว่า “เราเตรียมพร้อมอย่างดีในประเทศนี้เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เราไม่ได้วางแผนที่จะส่งเรือไป”
ก่อนหน้านี้แมตต์ ทิสเติลเวท รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเผยกับ Sky News ว่า การมีส่วนร่วมของออสเตรเลียในสงครามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในอิหร่านจะจำกัดอยู่เพียงการให้การสนับสนุนด้านการป้องกันแก่พันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย
ทิสเติลเวทกล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลพรรคแรงงานฝ่ายซ้ายกลางในขณะนี้คือการช่วยเหลือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในการป้องกันการโจมตีจากอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีชาวออสเตรเลียจำนวนมากอาศัยและทำงานอยู่ที่นั่น
“แน่นอนว่าเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง” เขากล่าว “ออสเตรเลียไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในความขัดแย้งนี้ แต่เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความปลอดภัยของชาวออสเตรเลียในภูมิภาคนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
จีน
หลิวเผิงอี่ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า “ทุกฝ่ายมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับประกันการจัดหาพลังงานที่มั่นคงและไม่ติดขัด” และจีนจะ “เสริมสร้างการสื่อสารกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง” เพื่อลดความตึงเครียด
ขณะที่ บาร์บารา สลาวิน นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์สติมสันกล่าวว่า เธอไม่เชื่ออย่างยิ่งว่าจีนจะส่งกองกำลังทางเรือไปช่วยเหลือสหรัฐฯ
“ฉันไม่คิดว่าจีนจะส่งเรือรบไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น เพราะน้ำมันจากอิหร่านไหลไปยังจีนได้อย่างดีอยู่แล้ว” สลาวินเผยกับ Al Jazeera “อิหร่านปิดกั้นเฉพาะการขนส่งน้ำมันจากประเทศที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น”
ฝรั่งเศส
ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสกำลังดำเนินการเกี่ยวกับภารกิจระหว่างประเทศที่เป็นไปได้ในการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบ แต่เน้นย้ำว่าต้องเป็นไปเมื่อ “สถานการณ์เอื้ออำนวย” เมื่อการสู้รบสงบลงแล้ว
เยอรมนี
โยฮันน์ วาเดฟูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวว่าเขา “ไม่เชื่อมั่น” ในแผนดังกล่าว เขาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ARD ว่า “เราจะเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนี้ในเร็วๆ นี้หรือไม่? ไม่”





