ญี่ปุ่นชี้โอกาสเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บริเวณร่องลึกนันไกเพิ่มขึ้นเป็น 80%

17 ม.ค. 2568 - 13:22

  • คณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่นได้เปลี่ยนการประมาณโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ในอีก 30 ปีข้างหน้าเป็นประมาณ 80% จากเดิมที่เคยประมาณไว้ราว 70-80%

  • แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8-9 อาจเกิดขึ้นบริเวณร่องลึกนันไกนอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณตอนกลางไปจนถึงตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น

japan_nankai_trough_megaquake_30_year_probability_raised_80_percent_SPACEBAR_Hero_6979a7dcf0.jpg

คณะกรรมการวิจัยแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่นได้เปลี่ยนการประมาณโอกาสเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ในอีก 30 ปีข้างหน้าเป็นประมาณ 80% จากเดิมที่เคยประมาณไว้ราว 70-80% 

แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8-9 อาจเกิดขึ้นบริเวณร่องลึกนันไกนอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณตอนกลางไปจนถึงตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น 

ในวันที่ 1 มกราคมของทุกๆ ปี คณะกรรมการจะคำนวณความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหวใต้ท้องทะเลรอบๆ ญี่ปุ่น และตามรอยเลื่อนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ 

ในปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการคำนวณแผ่นดินไหวดังกล่าว และพบว่า การประเมินแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องลึกนันไกนั้นอาจสูงถึง 60-70% ต่อมาในปี 2014 ความเป็นไปได้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 70% และในปี 2018 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 70-80% 

แผ่นดินไหวขนาด 6.6 เมื่อวันจันทร์ (13 ม.ค.) บริเวณทะเลฮีวงะ นอกชายฝั่งจังหวัดมิยาซากิ เมื่อเวลา 21.19 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดมีความรุนแรงอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 5 ตามมาตราวัดของญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ระหว่าง 0-7 โดยคาดว่าจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไป 36 กิโลเมตร 

ขณะที่ในเมืองมิยาซากิ แผ่นดินไหวทำให้กระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สถานีรถไฟแตก และทำให้ขวดที่ตั้งสูงประมาณ 2 เมตรของร้านขายเหล้าหล่นจากชั้นวาง นอกจากนี้ ทางสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังได้ออกคำเตือนเรื่องคลื่นสึนามิ แต่ภายหลังก็ได้ยกเลิกคำเตือนดังกล่าวเมื่อเวลา 23.50 น. ของวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) 

“แผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์อาจเกิดขึ้นตรงจุดที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบกัน แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณขอบของพื้นที่ที่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในทะเลฮีวงะใกล้กับเกาะมิยาซากิเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยามาชิตะ ยูสึเกะ จากสถาบันวิจัยการป้องกันภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกของร่องลึกนันไก กล่าว

มาชิตะย้ำว่า “พื้นที่ที่แตกร้าวที่เหลืออาจเคลื่อนตัวได้...แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้จะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่บริเวณร่องลึกนันไก พลังงานแผ่นดินไหวที่ปล่อยออกมาจากแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์นั้นน้อยกว่าแผ่นดินไหวเมื่อเดือนสิงหาคมเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น” 

แต่มาชิตะเตือนให้ระมัดระวังการเกิดแผ่นดินไหวในระดับเดียวกันในช่วงนี้ เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดรุนแรงเกือบถึงระดับ 7 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเชื่อว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมแผ่นดินไหว รวมถึงแผ่นดินไหวรุนแรงที่ถล่มภูมิภาคนี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง และคาดว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า 

เมื่อวันอังคาร (14 ม.ค.) สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้จัดงานแถลงข่าวร่วมกับสำนักงานข้อมูลภูมิสารสนเทศโดยระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีต้นกำเนิดจากจุดที่แผ่นเปลือกโลกมาบรรจบกันใกล้ขอบด้านตะวันตกของพื้นที่ที่อาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงบริเวณร่องลึกนันไกได้ 

เจ้าหน้าที่ยังกล่าวอีกว่าแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์ห่างจากจุดที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 เมื่อเดือนสิงหาคมไปทางตะวันตกประมาณ 20-30 กิโลเมตร โดยระบุว่าแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมแผ่นดินไหวในภูมิภาคดังกล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์