กระทรวงกลาโหมของโตเกียวประกาศเมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.) ที่ผ่านมาว่า การวิเคราะห์วัตถุทางอากาศที่ไม่ปรากฏชื่อซึ่งบินเหนือน่านฟ้าของญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาครั้งล่าสุด ปรากฏ ‘ชัดเจน’ ว่าวัตถุเหล่านี้เป็นบอลลูนสอดแนมของจีน
“หลังจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุบินรูปทรงบอลลูนที่เคยพบก่อนหน้านี้ในน่านฟ้าของญี่ปุ่น รวมถึงวัตถุบินในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 มิถุนายน ปี 2020 และกันยายน ปี 2021 เราได้ข้อสรุปว่าบอลลูนดังกล่าวได้รับการสันนิษฐานอย่างหนักแน่นว่าเป็นบอลลูนสอดแนมไร้คนขับของจีน” กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวในแถลงการณ์
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์อีกว่า ‘ขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้รัฐบาลจีนยืนยันข้อเท็จจริง’ ของเหตุการณ์ดังกล่าว และ ‘ไม่ให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต’ ซึ่งการละเมิดน่านฟ้าโดยบอลลูนสอดแนมไร้คนขับจากต่างประเทศและวิธีอื่นๆ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยกล่าวเอาไว้ว่า กำลังวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุทางอากาศที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกครั้งเมื่อพิจารณาจากบอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกยิงโดยสหรัฐฯ หลังจากข้ามดินแดนของสหรัฐฯ
ขณะที่สหรัฐฯ เองก็กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ที่บอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกพัดออกนอกเส้นทางด้วยกระแสลมแรง เมื่อเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ
ตามรายงานของ Washington Post เมื่อวันอังคาร(14 ก.พ.) ระบุว่า ในบรรดาวัตถุเคลื่อนที่บนน่านฟ้าจำนวน 4 ชิ้นที่สหรัฐฯ ยิงตกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพียงชิ้นแรกเท่านั้นที่มีสาเหตุมาจากความพยายามสอดแนมของจีน บอลลูนดังกล่าวลอยขึ้นจากเกาะไหหลำของจีน ก่อนเดินทางบนเส้นทางที่ดูเหมือนอยู่เหนือเกาะกวม จากนั้นจึงเลี้ยวไปทางทิศเหนืออย่าง ‘ไม่คาดคิด’
นอกจากนี้รายงานระบุโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยนาม ซึ่งกล่าวว่า หลังจากเข้าสู่น่านฟ้าของแคนาดา ลมแรงก็พัดไปทางใต้เหนือพรมแดน
ความเบี่ยงเบนดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ต้องสำรวจว่าจีนตั้งใจที่จะเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ หรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคงยืนกรานว่าจุดประสงค์ของบอลลูนคือการสอดแนม
ด้านทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.) ว่า หลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่าวัตถุ 3 ชิ้นล่าสุดที่ตรวจพบนั้น ‘ไม่เป็นอันตราย’ และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการบอลลูนสอดแนมของจีน
“ทางการสหรัฐฯ ‘ไม่เห็นสิ่งบ่งชี้หรือสิ่งใดที่ชี้ชัดถึงแนวคิดที่ว่าวัตถุทั้ง 3 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบอลลูนสอดแนมของจีน หรือเกี่ยวข้องกับข่าวกรองภายนอกอย่างแน่นอน”โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ จอห์น เคอร์บี กล่าว
มหากาพย์ดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เปราะบางยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้พันธมิตรสหรัฐฯ รวมถึงญี่ปุ่นประเมินความปลอดภัยและการสอดแนมใหม่อย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่าจีนมี ‘ฝูงบิน’ ของบอลลูนตรวจการณ์ที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน ซึ่งถูกนำไปใช้งานใน 5 ทวีป ขณะที่จีนยืนยันว่าบอลลูนเป็น ‘เรือเหาะพลเรือนที่ใช้สำหรับการวิจัย’ ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เศษซากยืนยันว่าถูกออกแบบมาเพื่อการ ‘สอดแนม’
แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในเรื่องนี้เราได้แบ่งปันข้อมูลกับหลายสิบประเทศทั่วโลกแล้ว ทั้งจากรัฐบาลเอง และผ่านสถานทูตของเรา เรากำลังทำเช่นนั้นเพราะสหรัฐฯ ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของโครงการนี้ซึ่งละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศต่างๆ ทั่วทั้ง 5 ทวีป
เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยืนยันว่า พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่สหรัฐฯ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพสหรัฐฯ ได้ปรับการตั้งค่าเรดาร์เพื่อตรวจจับวัตถุขนาดเล็กกว่า และค้นพบวัตถุที่ยังไม่สามารถระบุได้วาเป็นอะไร3 ลำที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนสั่งให้ยิงตก ลำหนึ่งเหนืออะแลสกา อีกลำเหนือแคนาดา และลำที่ 3 เหนือทะเลสาบฮูรอนนอกรัฐมิชิแกนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว
“หลังจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัตถุบินรูปทรงบอลลูนที่เคยพบก่อนหน้านี้ในน่านฟ้าของญี่ปุ่น รวมถึงวัตถุบินในเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 มิถุนายน ปี 2020 และกันยายน ปี 2021 เราได้ข้อสรุปว่าบอลลูนดังกล่าวได้รับการสันนิษฐานอย่างหนักแน่นว่าเป็นบอลลูนสอดแนมไร้คนขับของจีน” กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวในแถลงการณ์
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์อีกว่า ‘ขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้รัฐบาลจีนยืนยันข้อเท็จจริง’ ของเหตุการณ์ดังกล่าว และ ‘ไม่ให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต’ ซึ่งการละเมิดน่านฟ้าโดยบอลลูนสอดแนมไร้คนขับจากต่างประเทศและวิธีอื่นๆ เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง
แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นเคยกล่าวเอาไว้ว่า กำลังวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุทางอากาศที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกครั้งเมื่อพิจารณาจากบอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกยิงโดยสหรัฐฯ หลังจากข้ามดินแดนของสหรัฐฯ
ขณะที่สหรัฐฯ เองก็กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้ที่บอลลูนสอดแนมของจีนที่ถูกพัดออกนอกเส้นทางด้วยกระแสลมแรง เมื่อเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ
ตามรายงานของ Washington Post เมื่อวันอังคาร(14 ก.พ.) ระบุว่า ในบรรดาวัตถุเคลื่อนที่บนน่านฟ้าจำนวน 4 ชิ้นที่สหรัฐฯ ยิงตกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเพียงชิ้นแรกเท่านั้นที่มีสาเหตุมาจากความพยายามสอดแนมของจีน บอลลูนดังกล่าวลอยขึ้นจากเกาะไหหลำของจีน ก่อนเดินทางบนเส้นทางที่ดูเหมือนอยู่เหนือเกาะกวม จากนั้นจึงเลี้ยวไปทางทิศเหนืออย่าง ‘ไม่คาดคิด’
นอกจากนี้รายงานระบุโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยนาม ซึ่งกล่าวว่า หลังจากเข้าสู่น่านฟ้าของแคนาดา ลมแรงก็พัดไปทางใต้เหนือพรมแดน
ความเบี่ยงเบนดังกล่าวทำให้นักวิเคราะห์ต้องสำรวจว่าจีนตั้งใจที่จะเข้าสู่น่านฟ้าของสหรัฐฯ หรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคงยืนกรานว่าจุดประสงค์ของบอลลูนคือการสอดแนม
ด้านทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันอังคาร (14 ก.พ.) ว่า หลักฐานเบื้องต้นบ่งชี้ว่าวัตถุ 3 ชิ้นล่าสุดที่ตรวจพบนั้น ‘ไม่เป็นอันตราย’ และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการบอลลูนสอดแนมของจีน
“ทางการสหรัฐฯ ‘ไม่เห็นสิ่งบ่งชี้หรือสิ่งใดที่ชี้ชัดถึงแนวคิดที่ว่าวัตถุทั้ง 3 นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบอลลูนสอดแนมของจีน หรือเกี่ยวข้องกับข่าวกรองภายนอกอย่างแน่นอน”โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติ จอห์น เคอร์บี กล่าว
มหากาพย์ดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เปราะบางยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้พันธมิตรสหรัฐฯ รวมถึงญี่ปุ่นประเมินความปลอดภัยและการสอดแนมใหม่อย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างว่าจีนมี ‘ฝูงบิน’ ของบอลลูนตรวจการณ์ที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน ซึ่งถูกนำไปใช้งานใน 5 ทวีป ขณะที่จีนยืนยันว่าบอลลูนเป็น ‘เรือเหาะพลเรือนที่ใช้สำหรับการวิจัย’ ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เศษซากยืนยันว่าถูกออกแบบมาเพื่อการ ‘สอดแนม’
แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เราไม่ได้อยู่เพียงลำพังในเรื่องนี้เราได้แบ่งปันข้อมูลกับหลายสิบประเทศทั่วโลกแล้ว ทั้งจากรัฐบาลเอง และผ่านสถานทูตของเรา เรากำลังทำเช่นนั้นเพราะสหรัฐฯ ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของโครงการนี้ซึ่งละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศต่างๆ ทั่วทั้ง 5 ทวีป
เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นยืนยันว่า พวกเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่สหรัฐฯ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย
จากเหตุการณ์ดังกล่าว กองทัพสหรัฐฯ ได้ปรับการตั้งค่าเรดาร์เพื่อตรวจจับวัตถุขนาดเล็กกว่า และค้นพบวัตถุที่ยังไม่สามารถระบุได้วาเป็นอะไร3 ลำที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนสั่งให้ยิงตก ลำหนึ่งเหนืออะแลสกา อีกลำเหนือแคนาดา และลำที่ 3 เหนือทะเลสาบฮูรอนนอกรัฐมิชิแกนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว



