นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่า “ญี่ปุ่นจะปรับลดอัตราภาษีเพื่อการบริโภค (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับอาหารและเครื่องดื่มลงเหลือ 1% จากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ที่ 8% โดยจะมีผลเป็นระยะเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้าเป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการปรับลดภาษีนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบนี้ในปี 1989
“นโยบายลดภาษีควบคู่กับการแจกเงินช่วยเหลือคนรายได้น้อยถึงปานกลางนี้ คือ ‘ทางเลือกที่ดีที่สุด’ ในการช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตค่าครองชีพ โดยเม็ดเงินที่แจกจะเข้าไปชดเชยภาษี จนทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนไม่ต้องจ่ายภาษีเลย”
— ทาคาอิจิ กล่าว
ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงอยู่แล้วและค่าเงินเยนที่อ่อนค่า การปรับลดภาษีครั้งนี้อาจยิ่งซ้ำเติมความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่น เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ในงบประมาณด้านประกันสังคม โดยคาดว่ารายได้ภาษีจะสูญหายไปประมาณ 10 ล้านล้านเยน (ราว 2.08 ล้านล้านบาท) ตลอดระยะเวลา 2 ปี
แม้จะยังไม่ได้ระบุแหล่งรายได้ที่แน่ชัดมาทดแทนภาษีที่สูญเสียไป แต่ทาคาอิจิ ซึ่งกำลังดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แถลงยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า “รัฐบาลจะจัดหาเงินทุนที่จำเป็นผ่านการ ‘ปฏิรูปทางการคลัง’ โดยจะไม่มีการออกพันธบัตรชดเชยการขาดดุลอย่างแน่นอน”
ทาคาอิจิยอมรับว่า “ภาษีเพื่อการบริโภคคือเงินทุนหลักของระบบประกันสังคม รัฐบาลจะรับผิดชอบปรับภาษีกลับสู่ระดับเดิมในอีก 2 ปีข้างหน้าเพื่อรักษาความมั่นคงทางการคลัง” แต่ในความเป็นจริงวาระการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของทาคาอิจิจะสิ้นสุดลงในฤดูใบไม้ร่วงปี 2027 จึงยังไม่มีอะไรรับประกันว่าเธอจะยังคงได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเพื่อทำตามสัญญาดังกล่าวในฤดูใบไม้ผลิปี 2029
ชุนอิจิ ซูซูกิ เลขาธิการพรรค LDP เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) ว่า “ทาคาอิจิได้ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจดังกล่าวต่อคณะผู้บริหารพรรค ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ โดยทางพรรคตั้งเป้าจะผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผ่านความเห็นชอบ ในช่วงเปิดประชุมรัฐสภาพิเศษที่คาดว่าจะจัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงนี้”
ขณะเดียวกัน ฮิโรชิ นากาสึกะ เลขาธิการพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็ก ก็แถลงว่า “ทางพรรคเห็นพ้องกับแผนการลดภาษีของทาคาอิจิ และพร้อมจะให้ความร่วมมือเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองพรรคเปิดฉากเจรจากัน”
ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย...
“ไม่มีอะไรรับประกันว่าการลดภาษีในครั้งนี้จะช่วยให้ราคาอาหารลดลงจริง และราคาสินค้าอาจ ‘พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง’ เมื่อถึงกำหนดที่ต้องปรับอัตราภาษีกลับคืนสู่ระดับเดิมในอีก 2 ปีข้างหน้า”
— ทาโร โคโน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์
นอกจากนี้ แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดเผยว่า “ยูโกะ โอบุจิ อดีตประธานฝ่ายยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรค LDP ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกอาวุโสในคณะอนุกรรมการพิจารณาระบบภาษีของพรรค เพื่อเป็นการประท้วงต่อต้านแผนการลดภาษีดังกล่าว”
แม้ว่าทาคาอิจิจะลั่นวาจาไว้ว่าจะปรับอัตราภาษีกลับคืนสู่ระดับเดิมหลังครบกำหนด 2 ปี ซึ่งอาจหมายถึงในเดือนเมษายน 2029 แต่การทำเช่นนั้นอาจกลายเป็นการดำเนินนโยบายที่มีความเสี่ยงทางการเมืองสูงมาก เนื่องจากญี่ปุ่นมีกำหนดจะจัดการเลือกตั้งสมาชิกราชสภา (สภาสูง) ในช่วงฤดูร้อนปี 2028
“แผนลดภาษี 2 ปีนี้เป็นเพียง ‘มาตรการผ่อนปรนชั่วคราว’ เพื่อประวิงเวลาชดเชยให้ประชาชน ก่อนที่โครงการแจกเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยรูปแบบใหม่ (ตามฐานรายได้จริง) จะเริ่มใช้งานในปีงบประมาณ 2029 ซึ่งโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากทุกพรรคการเมืองแล้ว” ฝ่ายรัฐบาลระบุ
ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษีเพื่อการบริโภคมาโดยตลอด เพื่อนำเงินไปรองรับค่าใช้จ่ายด้านประกันสังคมที่สูงขึ้นตามสัดส่วนผู้สูงอายุ โดยระบบภาษีนี้เริ่มจัดเก็บครั้งแรกที่ 3% จากนั้นปรับขึ้นเป็น 5% ในปี 1997 และขยับเป็น 8% ในปี 2014
ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นได้ปรับขึ้นภาษีปกติเป็น 10% แต่ยังคงลดหย่อนไว้ที่ 8% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ทั้งนี้ จะไม่รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน
(Photo by David Mareuil / POOL / AFP)





