สำนักข่าว Japan Times รายงานว่า รัฐบาลเตรียมเสนอเงินสูงถึง 1 ล้านเยน (ราว 256,000 บาท) ต่อลูก 1 คนสำหรับครอบครัวที่ย้ายถิ่นฐานออกจากเขตโตเกียว โดยเพิ่มเงินขึ้นจาก 300,000 เยน (ราว 77,000 บาท) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพื่อลดการกระจุกตัวของประชากรในเมืองหลวง และสร้างชีวิตชีวาให้กับเมืองที่อยู่ห่างไกลซึ่งส่วนใหญ่ประชากรเป็นคนวัยสูงอายุ
การเพิ่มเงินที่สูงถึง 700,000 เยน (ราว 180,000 บาท) ต่อเด็ก 1 คนนั้นถือเป็นแรงจูงใจครั้งใหม่ที่จะมาสนับสนุนการเงินพื้นฐานสูงสุดถึง 3 ล้านเยน (ราว 768,000 บาท) ให้กับครอบครัวที่ย้ายถิ่นฐาน โดยกฎใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในปีงบประมาณ 2023 ที่จะเริ่มต้นในเดือนเมษายนปีนี้
สำหรับผู้ที่อาศัยใน 23 เขตทั่วโตเกียวซึ่งประกอบกันเป็นเขตเมืองหลัก รวมถึงผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ อย่างจังหวัดไซตะมะ ชิบะ และคานางาวะ ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนในการย้ายถิ่นฐาน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางการพยายามกระจายประชากรที่หนาแน่นในเขตเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ปรับปรุงอัตราการเกิดที่ลดลง และกระจายประชากรสูงอายุในพื้นที่ชนบทมากขึ้น
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งประเทศญี่ปุ่นในปี 2021 ระบุว่า 28.9% ของประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่นมีอายุอย่างน้อย 65 ปี ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ และในปีเดียวกัน มีเด็กอายุ 0-14 ปี ราว 14.78 ล้านคน คิดเป็น 11.8% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้ในญี่ปุ่น
ผู้รับเงินต้องอาศัยอยู่ในภูมิภาคใหม่เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีในขณะที่ทำงาน และใครก็ตามที่ละเมิดกฎเหล่านั้นจะต้องคืนเงิน
อย่างไรก็ดี ทางสำนักข่าว CNBC ได้ติดต่อสำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเพื่อสอบถามถึงมาตรการดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด
นาโอฮิโกะ บาบา จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ กล่าวเมื่อปีที่แล้ว (2022) ว่า มันจำเป็นต้องทำมากกว่านี้เพื่อรักษาและเพิ่มกำลังแรงงานที่หดตัวของญี่ปุ่น
“บริษัทญี่ปุ่นจำเป็นต้องเสนอเงินเดือนที่สูงขึ้นมากเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะพิเศษ และพยายามปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชีย” บาบา กล่าวกับ ‘Squawk Box Asia’ รายการโทรทัศน์ของ CNBC ในเดือนเมษายน 2022
ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2019 และในปี 2021 พบว่า มีผู้คนถึง 2,381 คนย้ายออกจากมหานครโตเกียวและอ้างสิทธิในเงินทุนนั้นด้วย
การเพิ่มเงินที่สูงถึง 700,000 เยน (ราว 180,000 บาท) ต่อเด็ก 1 คนนั้นถือเป็นแรงจูงใจครั้งใหม่ที่จะมาสนับสนุนการเงินพื้นฐานสูงสุดถึง 3 ล้านเยน (ราว 768,000 บาท) ให้กับครอบครัวที่ย้ายถิ่นฐาน โดยกฎใหม่นี้จะถูกนำมาใช้ในปีงบประมาณ 2023 ที่จะเริ่มต้นในเดือนเมษายนปีนี้
สำหรับผู้ที่อาศัยใน 23 เขตทั่วโตเกียวซึ่งประกอบกันเป็นเขตเมืองหลัก รวมถึงผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ อย่างจังหวัดไซตะมะ ชิบะ และคานางาวะ ก็มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนในการย้ายถิ่นฐาน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทางการพยายามกระจายประชากรที่หนาแน่นในเขตเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ปรับปรุงอัตราการเกิดที่ลดลง และกระจายประชากรสูงอายุในพื้นที่ชนบทมากขึ้น
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งประเทศญี่ปุ่นในปี 2021 ระบุว่า 28.9% ของประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่นมีอายุอย่างน้อย 65 ปี ซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ และในปีเดียวกัน มีเด็กอายุ 0-14 ปี ราว 14.78 ล้านคน คิดเป็น 11.8% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่เคยบันทึกไว้ในญี่ปุ่น
ผู้รับเงินต้องอาศัยอยู่ในภูมิภาคใหม่เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีในขณะที่ทำงาน และใครก็ตามที่ละเมิดกฎเหล่านั้นจะต้องคืนเงิน
อย่างไรก็ดี ทางสำนักข่าว CNBC ได้ติดต่อสำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเพื่อสอบถามถึงมาตรการดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับมาแต่อย่างใด
นาโอฮิโกะ บาบา จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ กล่าวเมื่อปีที่แล้ว (2022) ว่า มันจำเป็นต้องทำมากกว่านี้เพื่อรักษาและเพิ่มกำลังแรงงานที่หดตัวของญี่ปุ่น
“บริษัทญี่ปุ่นจำเป็นต้องเสนอเงินเดือนที่สูงขึ้นมากเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะพิเศษ และพยายามปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชีย” บาบา กล่าวกับ ‘Squawk Box Asia’ รายการโทรทัศน์ของ CNBC ในเดือนเมษายน 2022
ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2019 และในปี 2021 พบว่า มีผู้คนถึง 2,381 คนย้ายออกจากมหานครโตเกียวและอ้างสิทธิในเงินทุนนั้นด้วย



