2 ผู้นำหารือความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน
วินาทีประวัติศาสตร์เมื่อประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ พบปะแบบเห็นหน้ากับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีนเมื่อวันพุธ (15 พ.ย.) ในการประชุมสุดยอดที่คฤหาสน์ฟิโลลี (Filoli Historic House & Garden) เมืองวูดไซต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นการสนทนาครั้งแรกระหว่างผู้นำทั้งสองในรอบปี
สีจิ้นผิงเรียกร้องให้จีน-สหรัฐฯ แสวงหาหนทางที่ถูกต้องเพื่อเดินหน้าไปด้วยกัน
“ทว่าตราบเท่าที่จีนและสหรัฐฯ เคารพซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และแสวงหาความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ ทั้งสองฝ่ายย่อมจะสามารถเอาชนะความแตกต่างเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่และแสวงหาหนทางอันถูกต้องเพื่อสองประเทศใหญ่จะได้เดินหน้าไปด้วยกัน”
— สีกล่าว
สีเผยอีกว่านับเป็นเวลา 1 ปีแล้วตั้งแต่เขาและไบเดนพบปะหารือกันที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ซึ่งมีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยโลกได้หลุดพ้นจากการระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ยังคงตกอยู่ภายใต้ผลกระทบมหาศาลจากโรคระบาดใหญ่
“เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวแต่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทานยังคงตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงหยุดชะงัก และลัทธิคุ้มครองทางการค้ากำลังขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งหมดนี้ถือเป็นปัญหาร้ายแรง” สีกล่าว
สีชี้ว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก ควรเป็นที่ตระหนักเข้าใจและวางแผนภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่ไม่เคยพบในรอบศตวรรษ “ในระยะเวลา 50 กว่าปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นโดยตลอด มักจะประสบปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอมา ทว่าความสัมพันธ์นี้ยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าท่ามกลางสถานการณ์อันยุ่งยากสลับซับซ้อน”
“สำหรับสองประเทศใหญ่เฉกเช่นจีนและสหรัฐฯ การหันหลังให้กันไม่ใช่ตัวเลือก การพยายามเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง รวมถึงความขัดแย้งและการปะทะเผชิญหน้าจะสร้างผลพวงร้ายแรงแก่ทั้งสองฝ่าย” สีกล่าว
นอกจากนี้สียังกล่าวว่าในฐานะผู้นำของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เขาและไบเดนได้แบกรับภาระความรับผิดชอบอันหนักหน่วงเพื่อประชาชนของสองประเทศ เพื่อโลก และเพื่อประวัติศาสตร์
ด้านไบเดนกล่าวว่าเขาให้คุณค่ากับการสนทนากับสีเพราะคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ผู้นำทั้งสองจะเข้าใจกันอย่างชัดแจ้ง พร้อมเสริมว่าพวกเขาจำเป็นต้องรับรองว่าการแข่งขันไม่ได้หักเหกลายเป็นความขัดแย้ง และจำเป็นต้องกำกับดูแลการแข่งขันนั้นอย่างมีความรับผิดชอบ
“ความท้าทายสำคัญระดับโลกที่ทั้งสองประเทศเผชิญ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปราบปรามยาเสพติด จนถึงปัญญาประดิษฐ์ ต้องการความพยายามร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย” ไบเดนกล่าว
ขณะเดียวกันในประเด็นไต้หวันนั้นสีตั้งข้อสังเกตว่าเป็นประเด็นที่สำคัญและละเอียดอ่อนที่สุดในความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีนมาโดยตลอด แต่สีก็เรียกร้องให้สหรัฐฯ สนับสนุน ‘การรวมประเทศ’ อย่างสันติของจีน และไม่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน
ทั้งนี้ในการหารือสงครามที่กำลังดุเดือดระหว่างอิสราเอล-ฮามาสนั้น ไบเดนก็สนับสนุนให้สีหารืออิหร่านเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ด้วย
Photo by Brendan SMIALOWSKI / AFP
ที่มา : สํานักข่าวซินหัว




