มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเตือนพลเมืองว่า “การไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเท่ากับการปฏิเสธ ‘ความก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตย’” มิน อ่อง หล่าย กล่าวคำปราศรัยเมื่อวันเสาร์ (20 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และครอบครัวทหาร ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ฟังเพียงกลุ่มเดียวที่ยังต้องฟังตามหน้าที่
คำเตือนของ มิน อ่อง หล่าย เกิดขึ้นในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของคณะรัฐบาลทหารกำลังดิ้นรนเพื่อระดมการสนับสนุนสำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 28 ธันวาคม ท่ามกลางสัญญาณที่ชัดเจนว่าประชาชน ‘ไม่สนใจ’ ที่จะให้ความชอบธรรมกับการปกครองของทหาร
เพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว คณะรัฐบาลทหารได้ส่งเหล่าคนดังไปยังเมืองต่างๆ ที่ทหารเพิ่งยึดคืนมาได้ในรัฐฉานตอนเหนือ รวมถึงเมืองจ๊อกแม้ และเมืองนองเกียว เพื่อร้องเพลง เต้นรำ และกระตุ้นให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ขณะที่ โซ วิน รองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ ก็ได้เดินทางไปย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ มาเกว และรัฐคะฉิ่น เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนสนับสนุนผู้สมัคร ‘ที่มีมุมมองด้านการป้องกันประเทศ’ ที่สามารถทำงานร่วมกับกองทัพได้อย่างกลมกลืน
กฎหมายการเลือกตั้งของเมียนมาไม่ได้กำหนดจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ขั้นต่ำ แต่คณะรัฐบาลทหารต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า ‘ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งอย่างยิ่ง’
การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเกือบ 5 ปีหลังจากที่กองทัพยกเลิกผลการเลือกตั้งปี 2020 และโค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้คะแนนเสียงของประชาชน 27 ล้านเสียงเป็นโมฆะ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นได้รับการรับรองโดยผู้ตรวจสอบทั้งในประเทศและต่างประเทศ
หลังสูญเสียการควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ คณะรัฐบาลทหารจึงวางแผนเลือกตั้ง 3 ระลอก ได้แก่ :
- 28 ธันวาคม 2025
- 11 มกราคม 2026
- สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2026
นอกจากนี้ ก็ยังมีพรรคการเมือง 57 พรรคเข้าร่วมการแข่งขันเลือกตั้ง โดยพรรคสหภาพสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพนั้น มีผู้สมัครมากที่สุด
เมื่อวันอาทิตย์ (21 ธ.ค.) ที่ผ่านมา มิน อ่อง หล่าย ย้ำคำมั่นว่า “กองทัพจะส่งมอบอำนาจให้แก่พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง” แต่ก็ยังมีความคาดเดากันว่า เขามีเจตนาที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำอีกครั้งโดยอาศัยเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ฝ่ายทหารและพรรค USDP ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ‘มีความเป็นไปได้สูง’
รัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะรัฐบาลทหารได้สงวนที่นั่งในสภาสำหรับ ส.ส. ฝ่ายทหาร 25% ไว้ นั่นหมายความว่า “พรรค USDP ต้องการเพียง 26% ของคะแนนเสียงเพื่อรักษาอำนาจการปกครองโดยทหารอย่างแท้จริง”
ถึงแม้ว่าประเทศประชาธิปไตยตะวันตกและองค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงสหประชาชาติ จะปฏิเสธการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า ‘ไม่เป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม’ แต่คณะรัฐบาลทหารก็ยังยืนยันว่า “การเลือกตั้งดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับสากล” โดยอ้างการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศอื่นๆ เช่น จีน อินเดีย รัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน กัมพูชา และไทย
(Photo by : STR / AFP)





