ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ต่างมีท่าทีเชิงบวกหลังจากพบกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) ซึ่งเซเลนสกีได้ร่วมเดินทางกับคณะผู้แทนผู้นำยุโรปไปที่กรุงวอชิงตัน หลังจากทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียประชุมสุดยอดที่อะแลสก้า เมื่อวันศุกร์ (15 ส.ค.) ที่ผ่านมา
สำหรับครั้งสุดท้ายที่เซเลนสกีเข้าทำเนียบขาวก็คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งการพบปะกับทรัมป์ในช่วงเวลานั้นดูจะเป็นไปในทิศทางลบ โดยทรัมป์ และเจ.ดี.แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกีว่าเขาไม่แสดงความขอบคุณที่สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือทางทหาร
การพบกันระหว่างทรัมป์, เซเลนสกี และผู้นำยุโรปเมื่อวันจันทร์ (18 ส.ค.) เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งทั้งทรัมป์และเซเลนสกีต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส โดยเซเลนสกีได้แสดงความขอบคุณทรัมป์ที่พยายามยุติความขัดแย้งนี้้
และนี่คือประเด็นสำคัญบางส่วนจากการประชุม...
-สหรัฐฯ จะให้ ‘การคุ้มครองที่ดีเยี่ยม’ แก่ยูเครน-

ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐฯ จะเข้ามามีส่วนร่วมในความช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครน” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าความช่วยเหลือดังกล่าวมีลักษณะอย่างไร “...เราจะให้การคุ้มครอง และความมั่นคงที่ดีเยี่ยม” โดยทรัมป์เองก็ยืนยันว่า “รัสเซียจะยอมรับการรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน”
แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกเท่ากับที่ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า “รัสเซียตกลงที่จะให้หลักประกัน ‘การป้องกันร่วมกันและมาตรา 5’ ซึ่งเป็นข้อตกลงเรื่องการป้องกันร่วมกันระหว่างชาติสมาชิก NATO ที่ระบุว่าการโจมตีต่อสมาชิกรายใดรายหนึ่ง ก็จะถือเป็นการโจมตีต่อสมาชิกทุกประเทศ”
นั่นหมายความว่า ยุโรปจะต้องแบกรับภาระส่วนใหญ่ในเรื่อง ‘การรับประกันความมั่นคง’ แต่สหรัฐฯ จะมีบทบาทร่วมด้วย
“พวกเขา (ยุโรป) จะเป็นแนวป้องกันด่านแรกเพราะพวกเขาอยู่ที่นั่น แต่เราจะช่วยเหลือพวกเขา และเราจะมีส่วนร่วมด้วย”
— ทรัมป์ กล่าว
-...อาจไม่จำเป็นต้อง ‘หยุดยิง’?-
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทรัมป์พยายามที่จะผลักดันให้เกิดข้อตกลง ‘หยุดยิง’ ระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทั้งยังขู่รัสเซียว่าจะได้รับผลกระทบร้ายแรง หากปูตินไม่ยุติสงคราม แต่ในตอนนี้กลับดูเหมือนว่าทรัมป์จะถอนคำพูดในการผลักดันให้เกิดข้อตกลง ‘หยุดยิง’ เสียแล้ว
“ผมไม่คิดว่าคุณต้องการหยุดยิง ผมรู้ว่าการหยุดยิงอาจเป็นเรื่องดี แต่ผมก็เข้าใจในเชิงยุทธศาสตร์ ก็อย่างที่รู้กันอยู่ ประเทศหนึ่ง หรืออีกประเทศหนึ่งอาจไม่ต้องการมัน”
— ทรัมป์ กล่าว พร้อมเสริมว่า เขาชอบแนวคิดการหยุดยิงด้วยเหตุผลอย่างหนึ่งก็คือ มันจะทำให้หยุดการฆ่าคนได้ทันที
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังผลักดันให้มีการประชุมไตรภาคีระหว่างปูติน เซเลนสกี และตัวทรัมป์เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหวังว่าจะจัดขึ้นได้ทันทีหลังจากประชุมสุดยอดกับปูตินเมื่อวันศุกร์ (15 ส.ค.) ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ขณะที่เซเลนสกีก็บอกว่า “ยูเครนนั้น ‘พร้อม’ สำหรับการหารือไตรภาคี”
-ผู้นำยุโรปหนุนเซเลนสกีประเด็น ‘การรับประกันความมั่นคงและการหยุดยิง’-

ในการประชุมที่ทำเนียบขาว ทั้งทรัมป์และเซเลนสกีได้ร่วมพูดคุยกับผู้นำยุโรปหลายคน ซึ่งประกอบด้วย : มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO, เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป, เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, ฟรีดริช เมิร์ซ นายกฯ เยอรมนี, เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ สหราชอาณาจักร, จอร์เจีย เมโลนี นายกฯ อิตาลี และอเล็กซานเดอร์ สตับบ์ ประธานาธิบดีฟินแลนด์
ผู้นำเกือบทั้งหมดเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้หลักประกันความมั่นคงแก่ยูเครน ซึ่งหลายคนระบุว่าควรจะมีลักษณะคล้ายกับพันธกรณีตามมาตรา 5 แม้ยูเครนไม่ใช่สมาชิก NATO แต่พยายายามจะเข้ามาเป็นสมาชิกให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัสเซียคัดค้านอย่างหนัก
“การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดว่าเขาพร้อมจะเข้าร่วมในการรับประกันความมั่นคงนั้นถือเป็นก้าวใหญ่ นับเป็นความก้าวหน้าอย่างแท้จริง มันสร้างความแตกต่างอย่างมาก ดังนั้นเราขอขอบคุณสำหรับเรื่องนี้ด้วย” รุตเตแห่ง NATO กล่าว
ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง ของฝรั่งเศสและนายกฯ เมิร์ซ ของเยอรมนียังคงยืนยันว่า “การหยุดยิงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการก้าวต่อไป”
“ก้าวต่อไปที่รออยู่ซับซ้อนมากขึ้นแล้ว...พูดตามตรง พวกเราทุกคนต่างอยากเห็นการหยุดยิง” นายกฯ เมิร์ซกล่าว และบอกอีกว่า เขานึกภาพไม่ออกว่าการประชุมไตรภาคีจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีการหยุดยิง
ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะโทรหาปูตินหลังจากประชุมกับเซเลนสกีและผู้นำยุโรปที่ทำเนียบขาวเสร็จสิ้น “เราจะโทรศัพท์คุยกันทันทีหลังการประชุมวันนี้ (18 ส.ค.) และเราอาจจะมีการประชุมไตรภาคี หรือไม่ก็ได้ และถ้าเราไม่มีการประชุมไตรภาคี สงครามก็จะยังดำเนินต่อไป แต่ถ้าเรามีการประชุมไตรภาคี ก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะยุติเรื่องนี้ได้” ทรัมป์ กล่าว
(Photo by ANDREW CABALLERO-REYNOLDS / AFP)





