รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้ามาเลเซีย เต็งกู ซาฟรูล อับดุล อาซิส กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันพุธ (29 ต.ค.) ว่า “มาเลเซียจะยังคงห้าม ‘การส่งออกแร่แรร์เอิร์ธดิบ’ (แร่แรร์เอิร์ธที่ยังไม่แปรรูป) เพื่อปกป้องทรัพยากรภายในประเทศ แม้ว่าจะลงนามข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญกับสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ก็ตาม”
เต็งกู ซาฟรูล ได้ปฏิเสธต่อประเด็นที่ว่า ‘มาเลเซียจะอนุญาตให้ส่งออกแร่ธาตุสำคัญและแร่แรร์เอิร์ธไปยังสหรัฐฯ เพื่อแสวงหาผลกำไร หรือเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในทันที’
“เราไม่ต้องการเป็นประเทศที่ขุดและส่งออกแต่วัตถุดิบราคาถูกเหมือนในอดีตอีกต่อไป” เต็งกู ซาฟรูล กล่าว พร้อมย้ำว่า “มาเลเซียจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศและการแบ่งปันเทคโนโลยีสำหรับการขุดและแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธดิบ”
“นโยบายของเราไม่ใช่การขัดขวางการค้าอย่างถาวร แต่คือ ‘การขัดขวาง’ การส่งออกวัตถุดิบราคาถูกที่ยังไม่ผ่านกระบวนการ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับมาเลเซีย”
— เต็งกู ซาฟรูล กล่าว
ตามการประมาณการของรัฐบาลระบุว่า มาเลเซียมีแหล่งแร่แรร์เอิร์ธประมาณ 16.1 ล้านเมตริกตัน แต่ขาดเทคโนโลยีในการขุดและแปรรูป ซึ่งแร่แรร์เอิร์ธเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ และขีปนาวุธ
สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า “มาเลเซียกำลังเจรจากับจีนเกี่ยวกับการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธ โดยระบุว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของมาเลเซีย ‘Khazanah Nasional’ จะร่วมมือกับบริษัทจีนเพื่อสร้างโรงกลั่นในมาเลเซีย”
สหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงกับมาเลเซียในระหว่างการเยือนกรุงกัวลาลัมเปอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ที่ผ่านมา โดยมุ่งแสวงหาความร่วมมือในการกระจายห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญ
ตามแถลงการณ์ร่วมของสหรัฐฯ และมาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียตกลงที่จะงดเว้น หรือกำหนดโควตาการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ หรือแร่แรร์เอิร์ธไปยังสหรัฐฯ
(Photo by Khirul Nizam Zanil / MALAYSIA DEPARTMENT OF INFORMATION / AFP)





