มาเลเซียสั่งห้ามผู้หญิงมุสลิมแต่งตัวแบบผู้ชาย-ท้องก่อนแต่ง

21 ธ.ค. 2565 - 11:18

  • พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (PAS) ออกคำสั่งให้ผู้หญิงต้องระวางโทษปรับสูงสุด 5,000 ริงกิต จำคุก 3 ปี เฆี่ยน 6 ครั้ง หรือทั้ง 3 อย่างรวมกันตามกฏหมายใหม่

  • ด้านกลุ่มตาลีบันประกาศปิดมหาวิทยาลัยที่เปิดรับผู้หญิงในอัฟกานิสถาน และจำกัดการเข้าถึงการศึกษาของผู้หญิงอย่างเป็นทางการแล้ว

Malaysia_pas_Afganistan_taliban_limits_women_lgbtq_rights_SPACEBAR_Hero_2735ba2aee.jpeg

เมื่อสิทธิของผู้หญิงและชาว LGBTQ+ ถูกจำกัดจากรัฐอิสลาม

รัฐตรังกานูของมาเลเซียได้ผ่านกฎหมายใหม่สำหรับลงโทษผู้หญิงมุสลิมที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ประพฤติตัวและแต่งกายเหมือนผู้ชาย 

ซาติฟูล บาฮารี มะฮ์มาห์ เจ้าหน้าที่ทางศาสนาของรัฐ ระบุว่า พรรคอิสลามแห่งมาเลเซีย (PAS) ออกคำสั่งให้ผู้หญิงต้องระวางโทษปรับสูงสุด 5,000 ริงกิต (ราว 39,000 บาท) จำคุก 3 ปี เฆี่ยน 6 ครั้ง หรือทั้ง 3 อย่างรวมกันในกรณีที่สวมเสื้อผ้าของผู้ชาย และตั้งท้องทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกับคู่ครอง  

นอกจากนี้ ตามรายงานของ ซาติฟูล ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า หมอเวทมนต์หรือหมอผีก็ผิดกฎหมายเช่นกัน ทั้งนี้ กฎหมายใหม่มีไว้เพื่อปกป้อง “ความเป็นอยู่ที่ดีของชาวมุสลิม” ให้ดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ มาเลย์ก็เพิ่งผ่านกฎหมายสำหรับผู้ชายที่ทำตัวเหมือนผู้หญิงเช่นเดียวกัน 

“เพราะในอดีต ประเด็นนี้อาจไม่มีมากนัก (ผู้หญิงทำตัวเหมือนผู้ชาย) แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าประเด็น 'pengkid' (ทอมบอยหรือเลสเบี้ยน) และอื่นๆ กำลังแพร่หลายมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงตั้งใจที่จะระงับปัญหานี้” ซาติฟูล กล่าว 

พรรค PAS ซึ่งได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาสำหรับการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมาเลเซียให้เป็นรัฐอิสลาม และได้เรียกร้องให้รัฐสภากลางผ่านกฎหมายอิสลามที่เข้มงวดนี้ 

กฎหมายดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัวว่าพรรคที่มีรากฐานมาจากกลุ่มอิสลามจะมีอิทธิพลมากกว่ากิจการของรัฐ อย่างไรก็ดี ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ (2022) กองทุนทั่วโลกได้ถอนเงินออกจากตลาดตราสารหนี้ในประเทศไปแล้วกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 41 พันล้านบาท) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงทางการเมืองของมาเลเซีย 

ความเคลื่อนไหวล่าสุดยังสร้างความโกรธแค้นจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน 14 กลุ่ม รวมถึงองค์กร All Women’s Action Society ซึ่งเชื่อว่ากฎหมายใหม่นี้ละเมิดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและขจัดความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ 

“กฎหมายอาจส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อผู้หญิง คนหนุ่มสาว บุคคล LGBTQ และอื่นๆ” กลุ่มนักเคลื่อนไหวระบุ
 

ขณะเดียวกัน ผู้หญิงในอัฟกานิสถานก็กำลังถูกจำกัดสิทธิด้วยเช่นกัน

รายงานล่าสุดจาก BBC ระบุว่า กลุ่มตาลีบันได้ประกาศปิดมหาวิทยาลัยที่เปิดรับผู้หญิงในอัฟกานิสถานแล้ว นอกจากนี้ยังจำกัดการเข้าถึงการศึกษาอย่างเป็นทางการของผู้หญิง  

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผู้หญิงหลายพันคนในอัฟกานิสถานสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ก็มีข้อจำกัดอย่างกว้างขวางในวิชาที่พวกเธอสามารถศึกษาได้ โดยพวกเธอจะไม่สามารถเลือกเรียนด้านสัตวแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เกษตรกรรม และการสื่อสารมวลชน 

หลังจากกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองเมื่อปีที่แล้ว มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ทำทางเข้าแบบแยกเพศ โดยนักเรียนหญิงจะสามารถเรียนได้เฉพาะกับอาจารย์ผู้หญิงหรือชายชราเท่านั้น 

นักศึกษาหญิงคนหนึ่งกล่าวกับ BBC ว่า ตอลิบานกลัวผู้หญิงและอำนาจของพวกเธอ “พวกเขาทำลายสะพานแห่งเดียวที่เชื่อมฉันกับอนาคตได้ แล้วฉันจะตอบโต้อะไรได้ล่ะ? ฉันเชื่อว่าการศึกษาสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคต หรือนำแสงสว่างมาสู่ชีวิตของฉันได้ แต่พวกเขากลับทำลายมัน" 

อย่างไรก็ดี ภาคการศึกษาของอัฟกานิสถานได้รับผลกระทบอย่างหนักหลังการยึดครองของตอลิบาน โดยมาตรการล่าสุดมีแนวโน้มที่จะสร้างความกังวลต่อไปในประชาคมระหว่างประเทศ 

ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกาและประเทศตะวันตกอื่นๆ ก็ได้ปรับปรุงการศึกษาสตรีในอัฟกานิสถานซึ่งเป็นเงื่อนไขก่อนหน้าสำหรับการยอมรับอย่างเป็นทางการของรัฐบาลตอลิบาน 

ด้าน โรเบิร์ต วูด รองทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติได้ออกมาประณามการกระทำล่าสุดของตอลิบาน “กลุ่มตาลีบันจะไม่สามารถคาดหวังการเป็นสมาชิกที่ถูกต้องตามกฎหมายของประชาคมระหว่างประเทศได้ จนกว่าพวกเขาจะเคารพสิทธิของชาวอัฟกันทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของสตรีและเด็กหญิง” เขากล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์