มาเลย์แจกเงินประชาชนคนละ 24 ดอลลาร์สหรัฐ หวังลดภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

23 ก.ค. 2568 - 16:36

  • นายกฯ มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ประกาศเมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) เกี่ยวกับมาตรการใหม่ในการแจกเงินช่วยเหลือจำนวน 100 ริงกิต (ราว 760 บาท) ให้กับผู้ใหญ่ทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และคำมั่นสัญญาที่จะปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อหวังบรรเทาความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น  

  • การประกาศมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของอันวาร์เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมประท้วงที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้อันวาร์ลาออก เนื่องจากไม่พอใจเรื่องราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นและความล้มเหลวในการดำเนินการตามคำมั่นสัญญาด้านการปฏิรูปที่สัญญาไว้ รวมถึงข้อกังวลอื่นๆ

มาเลย์แจกเงินประชาชนคนละ 24 ดอลลาร์สหรัฐ หวังลดภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

นายกฯ มาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ประกาศเมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) เกี่ยวกับมาตรการใหม่ในการแจกเงินช่วยเหลือจำนวน 100 ริงกิต (ราว 760 บาท) ให้กับผู้ใหญ่ทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และคำมั่นสัญญาที่จะปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อหวังบรรเทาความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น  

การประกาศมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของอันวาร์เกิดขึ้นก่อนการชุมนุมประท้วงที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้อันวาร์ลาออก เนื่องจากไม่พอใจเรื่องราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นและความล้มเหลวในการดำเนินการตามคำมั่นสัญญาด้านการปฏิรูปที่สัญญาไว้ รวมถึงข้อกังวลอื่นๆ 

ในปีนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของอันวาร์ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อกระตุ้นรายได้และผลผลิต รวมถึงการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ การขึ้นค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก และการเก็บภาษีการขายใหม่สำหรับผลไม้นำเข้า และสินค้าฟุ่มเฟือยบางรายการ 

มาตรการที่รัฐบาลดำเนินการส่วนใหญ่มีเป้าหมายไปที่ธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่มคนรวยเป็นหลัก แต่นักวิจารณ์แสดงความกังวลว่าต้นทุนที่สูงขึ้นเหล่านี้อาจส่งผลกระทบและถูกส่งต่อมายังผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางกลาง 

อันวาร์ประกาศว่า ประชาชนมาเลเซียที่มีอายุมากกว่า 18 ปีทุกคนจะได้รับเงินช่วยเหลือรายครั้งจำนวน 100 ริงกิต โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมเป็นต้นไป เพื่อลดภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น 

รัฐบาลมาเลเซียจะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 15,000 ล้านริงกิต (ราว 1.1 แสนล้านบาท) สำหรับการแจกเงินช่วยเหลือประชาชนในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากจำนวนเดิม 13,000 ล้านริงกิต (ราว 9.9 หมื่นล้านบาท) ที่รัฐบาลเคยจัดสรรไว้ 

“ผมรับรู้และเข้าใจข้อร้องเรียนของประชาชน และยอมรับว่าค่าครองชีพยังคงเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน แม้เราจะได้ประกาศมาตรการต่างๆ ไปแล้วก็ตาม...จะมีการเปิดตัวมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในวันพฤหัสบดี (24 ก.ค.) นี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มเปราะบางในสังคม”

อันวาร์ กล่าว 

เขากล่าวเสริมว่า “รัฐบาลจะประกาศแผนที่รอคอยกันมานานเกี่ยวกับการตัดเงินอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ‘RON95’ แบบเหมารวมก่อนสิ้นเดือนกันยายน 2025 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเงินอุดหนุนแล้ว ราคาน้ำมันที่ปั๊มจะลดลงเหลือ 1.99 ริงกิตต่อลิตร เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันที่ 2.05 ริงกิตต่อลิตร” 

“ชาวต่างชาติจะต้องจ่ายน้ำมันในราคาตลาดที่ไม่ได้รับการอุดหนุน ซึ่งอาจสูงกว่าราคาที่คนมาเลเซียจ่ายอยู่มาก” แต่อันวาร์ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการบังคับใช้มาตรการนี้ 

ก่อนหน้านี้ อันวาร์เคยประกาศในสุนทรพจน์งบประมาณปี 2025 เมื่อปีที่แล้วว่า จะมีการตัดเงินอุดหนุน 95 ริงกิต (ราว 720 บาท) สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูงสุด 15% ของมาเลเซีย (กลุ่ม T15) ซึ่งตามผลสำรวจรายได้ปี 2022 ระบุว่า ครัวเรือนที่มีรายได้รวมอย่างน้อย 13,500 ริงกิตต่อเดือน (ราว 1 แสนบาท) จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ 

“การเปลี่ยนแปลงโครงการปรับปรุงนโยบายการอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงกลางปี 2025 และมุ่งเป้าไปที่การยกเลิกมาตรการอุดหนุนสำหรับผู้มีฐานะ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการปรับโครงสร้างการคลังของมาเลเซีย” นักวิเคราะห์ กล่าว 

ขณะที่ มูฮัมหมัด ไซฟุดดิน ซาปวน นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการลงทุนเคนันกา กล่าวว่า “การแจกเงินสดและมาตรการอุดหนุนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่เกิดจากความไม่แน่นอนทั่วโลกที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิธีที่รัฐบาลจะจัดหาเงินทุน และอาจสร้างแรงกดดันต่อเป้าหมายทางการคลัง”   

ด้าน แคทลีน เฉิน นักวิเคราะห์จาก Fitch Ratings หน่วยงานจัดอันดับเครดิต กล่าวว่า “หากการปรับโครงสร้างการอุดหนุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความล่าช้า หรือมีความคืบหน้าที่ไม่เพียงพอ อาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของรัฐบาลในการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือ 3% ภายในปี 2028” 

Fitch Ratings คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลมาเลเซียจะยังคงสูงอยู่ที่ประมาณ 76.5% ของ GDP ในปี 2025 และจะลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะปานกลาง 

ในวันพุธ (23 ก.ค.) อันวาร์ได้ประกาศเพิ่มงบประมาณสำหรับโครงการของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการเข้าถึงสินค้าราคาถูก และสิ่งจำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ และให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีอยู่   

แม้ว่าปีนี้อัตราเงินเฟ้อในมาเลเซียจะลดลงบ้าง แต่ความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอาหารและของใช้จำเป็นที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงเป็นปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ 

ข้อมูลที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของมาเลเซียเพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อนหน้าในเดือนมิถุนายน 2025 ซึ่งถือเป็นอัตราเงินเฟ้อรายปีที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2021 แต่ค่าใช้จ่ายด้านอาหารและเครื่องดื่มยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าที่ 2.1% 

(Photo by MOHD RASFAN / AFP) 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์