งานวิจัยชิ้นใหม่ค้นพบว่า เมื่อ 17,000 ปีก่อน ลิงแมงมุมเพศเมียถือเป็นของขวัญล้ำค่า เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจอเมริกายุคก่อนฮิสแปนิก แม้ต่อมามันจะถูกนำไปบูชายัญอย่างโหดร้ายก็ตาม
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) เมื่อวันจันทร์ (21 พ.ย.) เปรียบเทียบการมอบของขวัญของชนชั้นสูงชาวมายาต่อเตโอติอัวกานกับการทูตแพนด้าของจีนที่มาพร้อมกับการทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ กลับสู่ปกติในทศวรรษ 1970
จากการใช้เทคนิคต่างๆ รวมทั้งการสกัดดีเอ็นเอโบราณ การหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี และการวิเคราะห์อาหารทางเคมี นักวิจัยสามารถปะติดปะต่อการมีชีวิตและการตายของลิงแมงมุมขึ้นมาใหม่ โดยพบว่าลิงตัวดังกล่าวน่าจะอายุระหว่าง 5-8 ปีตอนที่มันถูกฝังทั้งเป็น
“มันช่างเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นมากที่จะทำโบราณคดีเพราะในที่สุดก็มีวิธีการแล้ว” นะวะ สุกิยะมะ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ซึ่งเป็นผู้วิจัยอาวุโสกล่าวกับ AFP
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการที่สุกิยะมะพบซากของลิงแมงมุมโดยบังเอิญเมื่อปี 2018 ในซากปรักหักพังของเตโอติอัวกาน ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโกในที่ราบสูงเม็กซิกัน
ลิงแมงมุม (Ateles geoffroyi) ไม่สามารถมีชีวิตรอดในภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในที่ราบสูงได้ จุดนี้ทำให้สุกิยะมะเกิดข้อสงสัยว่าลิงตัวนั้นไปทำอะไรอยู่บนที่ราบสูง ใครนำมันมา แล้วทำไมมันถึงถูกบูชายัญ
เบาะแสสำคัญมาจากจุดที่พบซากลิง เตโอติอัวกาน ซึ่งอยู่ทางห่างจากเม็กซิโกซิตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 48 กิโลเมตร เป็นสถานที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสิ่งใหม่ๆ ในยุคคลาสสิกเมโสอเมริกา
สถานที่ที่เป็นที่รู้จักในจุดนี้คือ พีระมิดแห่งดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และพีระมิดงูใหญ่ประดับขนนก แต่มีความสนใจเพิ่มขึ้นในอนุสาวรีย์อีกแห่งที่เรียกว่า Plaza of the Columns ซึ่งเป็นอาคารที่ชาวมายาที่อยู่ใกล้เคียงยังคงแสดงตนอยู่ซึ่งเปรียบได้กับสถานทูตสมัยใหม่
สุกิยะมะเผยว่า นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมของการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในบุคคลระดับสูง และมีมาก่อนการผงาดขึ้นของรัฐเตโอติอัวกานและการมีส่วนร่วมทางทหารในเมืองมายาในปี 378
ผลจากการวิเคราะห์ทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับฟันเขี้ยว 2 ซี่ที่งอกขึ้นมาในช่วงต่างกันของลิงบ่งชี้ว่าก่อนที่จะถูกกักขัง มันอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและกินพืชและรากไม้เป็นอาหาร แต่หลังจากถูกจับและนำไปมอบให้กับเตโอติอัวกานอาหารของลิงตัวนี้ก็ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น รวมทั้งข้าวโพดและพริก
สุกิยะมะและทีมระบุว่า “ลิงแมงมุมอาจเป็นสัตว์แปลกประหลาดช่างสงสัยสำหรับชาวเตโอติอัวกันชั้นสูง” ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่ามันเป็นสัตว์ตระกูลไพรเมตเช่นเดียวกันจึงทำให้มันดูมีเอกลักษณ์และดึงดูดใจ
สุดท้ายแล้วลิงตัวนี้ต้องพบกับความตายที่น่าสยดสยอง “มือถูกมัดไพล่หลัง ขาที่ถูกล่ามด้วยโซ่บ่งบอกว่ามันถูกฝังทั้งเป็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเตโอติอัวกานที่มีการบูชายัญทั้งมนุษย์และสัตว์”
แม้ว่าจะดูป่าเถื่อนในสายตาของคนสมัยใหม่ “เราจำเป็นต้องเข้าใจและพิจารณาในบริบทของการประกอบพิธีตามวัฒนธรรม...และความหมายของการสละสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับคุณ” สุกิยะมะระบุ
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) เมื่อวันจันทร์ (21 พ.ย.) เปรียบเทียบการมอบของขวัญของชนชั้นสูงชาวมายาต่อเตโอติอัวกานกับการทูตแพนด้าของจีนที่มาพร้อมกับการทำให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ กลับสู่ปกติในทศวรรษ 1970
จากการใช้เทคนิคต่างๆ รวมทั้งการสกัดดีเอ็นเอโบราณ การหาอายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี และการวิเคราะห์อาหารทางเคมี นักวิจัยสามารถปะติดปะต่อการมีชีวิตและการตายของลิงแมงมุมขึ้นมาใหม่ โดยพบว่าลิงตัวดังกล่าวน่าจะอายุระหว่าง 5-8 ปีตอนที่มันถูกฝังทั้งเป็น
“มันช่างเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นมากที่จะทำโบราณคดีเพราะในที่สุดก็มีวิธีการแล้ว” นะวะ สุกิยะมะ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ซึ่งเป็นผู้วิจัยอาวุโสกล่าวกับ AFP
งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการที่สุกิยะมะพบซากของลิงแมงมุมโดยบังเอิญเมื่อปี 2018 ในซากปรักหักพังของเตโอติอัวกาน ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโกในที่ราบสูงเม็กซิกัน
ลิงแมงมุม (Ateles geoffroyi) ไม่สามารถมีชีวิตรอดในภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในที่ราบสูงได้ จุดนี้ทำให้สุกิยะมะเกิดข้อสงสัยว่าลิงตัวนั้นไปทำอะไรอยู่บนที่ราบสูง ใครนำมันมา แล้วทำไมมันถึงถูกบูชายัญ
เบาะแสสำคัญมาจากจุดที่พบซากลิง เตโอติอัวกาน ซึ่งอยู่ทางห่างจากเม็กซิโกซิตีไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ 48 กิโลเมตร เป็นสถานที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสิ่งใหม่ๆ ในยุคคลาสสิกเมโสอเมริกา
สถานที่ที่เป็นที่รู้จักในจุดนี้คือ พีระมิดแห่งดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และพีระมิดงูใหญ่ประดับขนนก แต่มีความสนใจเพิ่มขึ้นในอนุสาวรีย์อีกแห่งที่เรียกว่า Plaza of the Columns ซึ่งเป็นอาคารที่ชาวมายาที่อยู่ใกล้เคียงยังคงแสดงตนอยู่ซึ่งเปรียบได้กับสถานทูตสมัยใหม่
งานเลี้ยง สมบัติ และจิตกรรมฝาผนัง
กระดูกของซากลิงถูกพบในสิ่งก่อสร้าง และอยู่ใกล้ๆ กับนกอินทรีทองคำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเม็กซิโกในปัจจุบันนี้ด้วย และล้อมรอบด้วยสิ่งของสูงค่า รวมทั้งปลายหอกหินออบซิเดียน หอยสังข์ อัญมณีมีค่า นอกจากนี้ ยังค้นพบเศษเซรามิกกว่า 14,000 ชิ้นจากงานเลี้ยงใหญ่ รวมทั้งภาพวาดลิงแมงมุมของชาวมายาสุกิยะมะเผยว่า นี่เป็นหลักฐานเพิ่มเติมของการแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นในบุคคลระดับสูง และมีมาก่อนการผงาดขึ้นของรัฐเตโอติอัวกานและการมีส่วนร่วมทางทหารในเมืองมายาในปี 378
ผลจากการวิเคราะห์ทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับฟันเขี้ยว 2 ซี่ที่งอกขึ้นมาในช่วงต่างกันของลิงบ่งชี้ว่าก่อนที่จะถูกกักขัง มันอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้นและกินพืชและรากไม้เป็นอาหาร แต่หลังจากถูกจับและนำไปมอบให้กับเตโอติอัวกานอาหารของลิงตัวนี้ก็ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น รวมทั้งข้าวโพดและพริก
สุกิยะมะและทีมระบุว่า “ลิงแมงมุมอาจเป็นสัตว์แปลกประหลาดช่างสงสัยสำหรับชาวเตโอติอัวกันชั้นสูง” ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่ามันเป็นสัตว์ตระกูลไพรเมตเช่นเดียวกันจึงทำให้มันดูมีเอกลักษณ์และดึงดูดใจ
สุดท้ายแล้วลิงตัวนี้ต้องพบกับความตายที่น่าสยดสยอง “มือถูกมัดไพล่หลัง ขาที่ถูกล่ามด้วยโซ่บ่งบอกว่ามันถูกฝังทั้งเป็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเตโอติอัวกานที่มีการบูชายัญทั้งมนุษย์และสัตว์”
แม้ว่าจะดูป่าเถื่อนในสายตาของคนสมัยใหม่ “เราจำเป็นต้องเข้าใจและพิจารณาในบริบทของการประกอบพิธีตามวัฒนธรรม...และความหมายของการสละสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับคุณ” สุกิยะมะระบุ



