เพียง 1 วันหลังจากจีนจำลอง ‘การโจมตีร่วมอย่างแม่นยำ’ ต่อไต้หวันระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารรอบเกาะไต้หวันนั้นก็ทำให้ โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศของไต้หวันไม่นิ่งดูดายรีบออกมาประณามการกระทำของปักกิ่งว่า “ดูเหมือนพวกเขากำลังพยายามเตรียมพร้อมที่จะทำสงครามต่อต้านไต้หวัน”
“รัฐบาลไต้หวันมองว่าการคุกคามทางทหารของจีนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และเราขอประณาม” เมื่อถูกถามว่าไต้หวันรู้ทันจังหวะที่จีนอาจปฏิบัติการทางทหารหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาจากการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่าสีจิ้นผิงได้สั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมภายในปี 2027 อู๋ก็แสดงความมั่นใจถึงการเตรียมการของไต้หวัน
“ผู้นำจีนจะคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจใช้กำลังกับไต้หวัน และไม่ว่าจะเป็นปี 2025 หรือ 2027 หรือหลังจากนั้น ไต้หวันก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” อู๋กล่าว
อย่างไรก็ดี การฝึกซ้อมครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือจีนจำลองการโจมตีโดยเครื่องบินรบที่ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินในไต้หวัน
โดยปักกิ่งอธิบายว่า “นี่เป็นคำเตือนที่จริงจังต่อการสมรู้ร่วมคิดของกองกำลังแบ่งแยกดินแดนไต้หวันกับกองกำลังภายนอก และการเคลื่อนไหวที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน”
การฝึกซ้อมดังกล่าวนั้นรวมไปถึงการยิงขีปนาวุธของจีนเหนือไต้หวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนสำหรับการฝึกซ้อมในปัจจุบัน
ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียดมากขึ้นจากกรณีของไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เคยพูดว่า “สหรัฐฯ จะปกป้องเกาะนี้ด้วยกำลังทหารหากจีนโจมตี แม้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจะยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบาย ‘จีนเดียว’ ”
สหรัฐฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจัดหาอาวุธป้องกันไต้หวันตามพระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวัน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจงใจปล่อยให้เกิดความคลุมเครือว่าสหรัฐฯ จะปกป้องไต้หวันหรือไม่ในกรณีที่จีนพยายามโจมตี
ขณะเดียวกันอู๋ก็เน้นย้ำหลายครั้งว่า “การปกป้องไต้หวันเป็นความรับผิดชอบของเราเอง…สหรัฐฯ ดูเหมือนจะมุ่งมั่นมากกว่าที่เคยในการสร้างสถานการณ์เพื่อให้จีนรู้ว่าการโจมตีทางทหารต่อไต้หวันนั้นอาจมีราคาที่ต้องจ่ายสูง และเราขอขอบคุณสหรัฐฯ ที่มีท่าทีเช่นนี้”
ทั้งนี้ ปักกิ่งเคยทำการซ้อมรบทางทหารขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกันรอบไต้หวันเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว (2022) หลังจากที่ แนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไปเยือนเกาะดังกล่าว
“รัฐบาลไต้หวันมองว่าการคุกคามทางทหารของจีนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และเราขอประณาม” เมื่อถูกถามว่าไต้หวันรู้ทันจังหวะที่จีนอาจปฏิบัติการทางทหารหรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาจากการประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ ว่าสีจิ้นผิงได้สั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมภายในปี 2027 อู๋ก็แสดงความมั่นใจถึงการเตรียมการของไต้หวัน
“ผู้นำจีนจะคิดทบทวนให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจใช้กำลังกับไต้หวัน และไม่ว่าจะเป็นปี 2025 หรือ 2027 หรือหลังจากนั้น ไต้หวันก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” อู๋กล่าว
อย่างไรก็ดี การฝึกซ้อมครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่กองทัพเรือจีนจำลองการโจมตีโดยเครื่องบินรบที่ใช้เรือบรรทุกเครื่องบินในไต้หวัน
โดยปักกิ่งอธิบายว่า “นี่เป็นคำเตือนที่จริงจังต่อการสมรู้ร่วมคิดของกองกำลังแบ่งแยกดินแดนไต้หวันกับกองกำลังภายนอก และการเคลื่อนไหวที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน”
การฝึกซ้อมดังกล่าวนั้นรวมไปถึงการยิงขีปนาวุธของจีนเหนือไต้หวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนสำหรับการฝึกซ้อมในปัจจุบัน
ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนตึงเครียดมากขึ้นจากกรณีของไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เคยพูดว่า “สหรัฐฯ จะปกป้องเกาะนี้ด้วยกำลังทหารหากจีนโจมตี แม้ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจะยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงยึดมั่นในนโยบาย ‘จีนเดียว’ ”
สหรัฐฯ มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องจัดหาอาวุธป้องกันไต้หวันตามพระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวัน แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจงใจปล่อยให้เกิดความคลุมเครือว่าสหรัฐฯ จะปกป้องไต้หวันหรือไม่ในกรณีที่จีนพยายามโจมตี
ขณะเดียวกันอู๋ก็เน้นย้ำหลายครั้งว่า “การปกป้องไต้หวันเป็นความรับผิดชอบของเราเอง…สหรัฐฯ ดูเหมือนจะมุ่งมั่นมากกว่าที่เคยในการสร้างสถานการณ์เพื่อให้จีนรู้ว่าการโจมตีทางทหารต่อไต้หวันนั้นอาจมีราคาที่ต้องจ่ายสูง และเราขอขอบคุณสหรัฐฯ ที่มีท่าทีเช่นนี้”
ทั้งนี้ ปักกิ่งเคยทำการซ้อมรบทางทหารขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกันรอบไต้หวันเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว (2022) หลังจากที่ แนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไปเยือนเกาะดังกล่าว




