วิจัยใหม่ชี้เดินทางด้วยเครื่องบินเสี่ยงตายน้อยปลอดภัยขึ้นเยอะกว่าแต่ก่อน

14 ส.ค. 2567 - 15:36

  • ตามรายงานของนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 1 ต่อ 13.7 ล้านของคนที่ขึ้นเครื่องบินทั่วโลกในช่วงปี 2018-2022 ซึ่งถือว่าดีขึ้นอย่างมากจาก 1 ต่อ 7.9 ล้านคนที่ขึ้นเครื่องบินในช่วงปี 2008-2017

  • อาร์โนลด์ บาร์เน็ตต์ ศาสตราจารย์จาก MIT เผยว่า “ความปลอดภัยในการบินยังคงดีขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่ผู้คนจะเสียชีวิตจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง 2 เท่าทุกทศวรรษ”

mit_study_says_flyings_never_been_safer_SPACEBAR_Hero_4f1b306ecc.png

รายงานของนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ระบุว่า อัตราการเสียชีวิตลดลงเหลือ 1 ต่อ 13.7 ล้านของคนที่ขึ้นเครื่องบินทั่วโลกในช่วงปี 2018-2022 ซึ่งถือว่าดีขึ้นอย่างมากจาก 1 ต่อ 7.9 ล้านคนที่ขึ้นเครื่องบินในช่วงปี 2008-2017 และแตกต่างจากการเดินทางทางอากาศเชิงพาณิชย์ในช่วงแรกอย่างมาก โดยอัตราการเสียชีวิตต่อผู้โดยสารอยู่ที่ 1 ต่อ 350,000 คนที่ขึ้นเครื่องบินในช่วงปี 1968-1977 

อาร์โนลด์ บาร์เน็ตต์ ศาสตราจารย์จาก MIT ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร ‘Journal of Air Transport Management’ กล่าวว่า “ความปลอดภัยในการบินยังคงดีขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่ผู้คนจะเสียชีวิตจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง 2 เท่าทุกทศวรรษ” 

บาร์เน็ตต์เปรียบเทียบแนวโน้มดังกล่าวกับ ‘กฎของมัวร์’ (Moore's Law) คำทำนายอันโด่งดังของ กอร์ดอน มัวร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทอินเทล (Intel) ซึ่งระบุว่า พลังในการประมวลผลของชิปจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ 18 เดือน 

ทั้งนี้ พบว่า :  

  • ตั้งแต่ปี 1978-1987 ความเสี่ยงในการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ต่อ 750,000 คน 
  • ตั้งแต่ปี 1988-1997 ความเสี่ยงในการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ต่อ 1.3 ล้านคน 
  • และในปี 1998-2007 ความเสี่ยงในการเสียชีวิตอยู่ที่ 1 ต่อ 2.7 ล้านคน 

อย่างไรก็ตาม บาร์เน็ตต์เตือนว่าตัวเลขอัปเดตของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่แน่นอน เพราะในปี 2009 ได้เกิดภัยพิบัติสายการบินพาณิชย์ครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดในสหรัฐฯ เมื่อเที่ยวบิน 3407 ของสายการบิน Colgan Air ตก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และเมื่อไม่นานมานี้ก็ยังมีเหตุเครื่องบินเกือบชนกันบนรันเวย์ที่สหรัฐฯ ไหนจะประเด็นสอบสวนกรณีเครื่องบินโบอิง 737 แม็กซ์ 9 ของสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ ต้องลงจอดฉุกเฉินในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน เนื่องจากมีชิ้นส่วนของลำตัวเครื่องหลุดออกจากเครื่องบินและแผงเครื่องระเบิดเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา 

การศึกษานี้ได้แบ่งประเทศต่างๆ ออกเป็น 3 ระดับตามบันทึกความปลอดภัยทางการบิน ดังนี้ : 

  • กลุ่มประเทศระดับสูงสุด ได้แก่ สหรัฐฯ, ประเทศในสหภาพยุโรป, และประเทศอื่นๆ ในยุโรป เช่น มอนเตเนโกร, นอร์เวย์, สวิตเซอร์แลนด์, และสหราชอาณาจักร รวมถึง ออสเตรเลีย, แคนาดา จีน, อิสราเอล, ญี่ปุ่น, และนิวซีแลนด์ 
  • กลุ่มประเทศระดับที่ 2 ได้แก่ บาห์เรน, บอสเนีย, บราซิล, บรูไน, ชิลี, ฮ่องกง, อินเดีย, จอร์แดน, คูเวต, มาเลเซีย, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, สิงคโปร์, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ไทย, ตุรกี, และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 
  • ส่วนประเทศที่เหลือในโลกอยู่ในระดับ 3 แม้ว่าความเสี่ยงในการเสียชีวิตในประเทศเหล่านี้จะสูงกว่ามาก แต่อัตราการเสียชีวิตจากการเดินทางทางอากาศต่อการขึ้นเครื่องก็ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งในช่วงปี 2018-2022

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์