‘มิตช์ แมคคอนเนลล์’ ส.ว. ที่คนอเมริกันยี้ตลอดกาล

19 พ.ค. 2566 - 17:49

  • มิตช์ แมคคอนเนลล์ ส.ว.ตัวตึงที่คนอเมริกันให้คะแนนนิยมน้อยสุดแทบทุกโพลสำรวจ

mitch_mcconnell_conundrum_controversy_unraveled_SPACEBAR_Thumbnail_c70dc5a373.jpeg
แม้ผลการเลือกตั้งจะเป็นที่ชัดเจนว่า พิธา ลิ้นเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้คะแนนเสียงรวมทั้ง 8 พรรคการเมือง ด้วยคะแนนเสียง 313 เสียง แต่ถึงอย่างไรก็ดี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดให้การเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 375 เสียง ในการลงคะแนนเสียงของที่ประชุมร่วม 2 สภา  

นั่นหมายความว่า พรรคขั้วรัฐบาลต้องหาคะแนนเสียงให้ได้อีกอย่างน้อย 62 เสียง เพื่อผ่านมติเลือกพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี จึงจุดนี้หลายฝ่ายก็หันไปตั้งคำถามต่อบรรดาพรรคการเมืองฝ่ายค้านว่าจะยกมือโหวตนายกพิธาเป็นนายกหรือไม่ เพื่อผ่าทางตันเกิดสุญญากาศทางการเมือง ขณะที่เดียวกันก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงท่าทีของบรรดาสมาชิกวุฒิสภา "บางคน" แสดงออกอย่างชัดเจน คัดค้านโหวตพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์วงกว้างของสังคม 

พูดถึงส.ว.ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ที่สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็กำลังมีการเจรจาเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ   หลังจากที่สหรัฐฯ ใกล้ถึงกำหนดเส้นตายในการชำระหนี้วันที่ 1 มิถุนายนนี้ ส่งผลให้คณะบริหารที่นำโดย โจ ไบเดน ต้องเปิดการเจรจากับผู้นำเสียงข้างมากจากสภาคองเกรสในหลายส่วน เพื่อหวังให้คองเกรสบรรลุข้อตกลงเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐฯ  

ผลการเจรจา 2 รอบระหว่างประธานาธิบดีไบเดน กับแกนนำสภาคองเกรส ท้ายที่สุดมีแนวโน้มเชิงบวกที่สภาจะอนุมัติเพดานหนี้ตามคำขอของทำเนียบขาวเพื่อเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกจำนวนก้อนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ แต่กว่าจะมีแนวโน้มเชิงบวกสำเร็จ ทำเนียบขาวก็เจรจาล็อบบี้ทั้งส.ส.และส.ว.ไม่น้อยเพื่อให้ยอมโหวต 

พูดถึง ส.ว.เมื่อไม่นานนี้ มีโพลสำรวจจาก Morning Consult ที่เผยแพร่เมื่อ 19 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า มิตช์ แมคคอนเนลล์ (Mitch McConnell) ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ถือเป็นส.ว.ที่มีคะแนนนิยมน้อยที่สุดในบรรดาส.ว.คองเกรสหลายๆ คน โดยเขาได้รับคะแนนนิยมเพียง 26% จากการสำรวจความคิดเห็นของพลเมืองในรัฐเคนตักกี้ ซึ่งเขาเป็นส.ว.จากรัฐดังกล่าว ไม่เพียงเท่านั้น จากการสำรวจโพลหลายครั้งก่อนหน้านี้ ชื่อของส.ว.แมคคอนเนลล์ ติดอันดับส.ว.ที่ได้รับความนิยมน้อยที่สุดตามความคิดเห็นของคนอเมริกัน  

นักการเมืองทราบกันดีว่าคนหนึ่งคนสามารถเป็นได้ทั้งได้รับเสียงชื่นชม และเสียงก่นด่า การดีเบตทางการเมืองหรือจุดยืนที่แตกต่างกันหลายครั้งก็อาจจุดชนวนความขัดแย้งได้ หนึ่งในบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น ส.ว.ตัวตึงแห่งรีพับลิกัน ก็ดูเหมือนจะเป็นส.ว.แมคคอนเนล ซึ่งแม้ผู้สนับสนุนของเขาจะมองว่าแมคคอนเนลเป็นนักยุทธศาสตร์ชั้นยอด แต่มีจำนวนไม่น้อยที่มองแมคคอลมิคในฐานะส.ว.ขวางคลองแห่งคองเกรส 

สำหรับส.ว.แมคคอนเนล เรียกได้ว่าเป็นนักการเมืองโดยอาชีพ เดิมทีแมคคอนเนลเข้ารับราชการเป็นทหารในกองกำลังสำรองของกองทัพบกสหรัฐฯ มีประวัติเคยร่วมรบในสงครามเวียดนาม กระทั่งปี 1985 แมคคอลเนลเดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองในฐานะสมาชิกวุฒิสภา จากรัฐเคนตักกี้ จากพรรครีพับลิกัน ถึงตอนนี้เข้าก็ดำรงตำแหน่งส.ว.ผู้แทนจากเคนตักกี้นานถึง 38 ปี สร้างชื่อและมีประวัติทางการเมืองยาวเป็นหางว่าว ทั้งยังถือเป็นเป็นผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา 
mitch_mcconnell_conundrum_controversy_unraveled_SPACEBAR_Photo01_dddc7d95a4.jpeg
Mitch McConnell กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา เมื่อ 7 มีนาคม 2023 (Photo by Drew Angerer / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

ตัวตึงคองเกรส  

ในทางการเมืองบรรดาวุฒิสภาชิกทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันจะรู้ดีว่าความฉกาจของส.ว.แมคคอนเนล ส่วนหนึ่งคือการใช้สารพัดกลวิธีขัดขวางกลวิธีในการสกัดญัตติกฎหมายในวุฒิสภาอย่างช่ำชอง ซึ่งส่งผลให้การผ่านร่างกฎหมายหลายอย่างต้องหยุดชะงัก จนบรรดานักวิจารณ์การเมืองมองว่าการขัดขวางของเขาเป็นผลเสียต่อระบอบประชาธิปไตย ผู้สนับสนุนของเขาโต้แย้งว่านี่เป็นกลยุทธ์ทางการเมืองที่ชาญฉลาดในการปกป้องค่านิยมอนุรักษนิยม โดยไม่คำนึงถึงท่าทีของใคร 

ตัวอย่างการขวางของส.ว.แมคคอนเนลที่ได้รับเสียงวิจารณ์คือ ช่วงปี 2016 ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงสุดว่างลงหนึ่งตำแหน่ง เป็นหน้าที่ของประธานาธิบดีที่ต้องเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูงต่อสภาคองเกรสเพื่อพิจารณา  

ในเวลานั้นโอบามาเสนอชื่อ แมร์ริก การ์แลนด์ ให้สภาคองเกรสพิจารณา การพิจารณาดำเนินมาถึงชั้นวุฒิสภา กลายเป็นว่าวุฒิสภาที่นำโดย ส.ว.แมคคอนเนล ใช้วิธีการที่ศัพท์ทางการเมืองเรียกว่า "Obstructionism and Senate Filibusters"  

นั่นคือการที่กลุ่มส.ว.จากพรรคการเมืองเสียงข้างมาก กระทำโดยเจตนาในการขัดขวางหรือยืดเยื้อกระบวนการพิจารณาออกไป เพื่อทำให้การผ่านกฎหมายล่าช้าเกินกำหนด จนท้ายที่สุดญัตติดังกล่าวก็ถูกตีตก วิธีนี้มักใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อพัฒนาวัตถุประสงค์ทางการเมืองบางอย่างหรือเพื่อปิดกั้นโดยฝ่ายตรงข้าม 

ในเวลานั้นแมคคอนเนลใช้การ "ดึงเช็ง" กระบวนการพิจารณาและรับรองการ์แลนด์ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลสูง โดยอ้างว่าเป็นวาระที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันเขาก็ให้เหตุผลว่า การเสนอชื่อผู้พิพากษาคนใหม่ ควรเป็นหน้าที่ของประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งขณะนั้นบารัก โอบามา ใกล้หมดวาระแล้ว  

กระทั่งต่อมาโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งจึงทำให้มีการตั้งผู้พิพากษาคนใหม่ที่เป็นสายอนุรักษนิยมขวาจัดเข้ามาทำหน้าที่แทน ทำให้แนวทางการพิพากษาของศาลสูงสหรัฐ มีองค์คณะผู้พิพากษาที่เป็นสายอนุรักษนิยมมากกว่าสายเสรีนิยม  

อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์มองว่าการขัดขวางของแมคคอนเนล มีส่วนทำให้รัฐบาลทำงานผิดปกติและขัดขวางความก้าวหน้าที่มีความหมายในประเด็นที่มีความสำคัญต่อสังคมอเมริกัน
mitch_mcconnell_conundrum_controversy_unraveled_SPACEBAR_Photo03_5a87bcb0d1.jpeg
มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ แถลงข่าวภายหลังจากที่วุฒิสภาลงมติไม่ถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Photo : MANDEL NGAN/AFP)

สกัดโอบามาแคร์ 

อีกหนึ่งความอื้อฉาวในฐานะส.ว.ตัวตึงแห่งคองเกรสกรณีการขัดขวางระบบประกันสุขภาพ Obamacare มิตซ์ แมคคอนเนล ถือว่าเป็นแกนนำคนสำคัญในการขัดขวางบัญญัติสาธารณสุขราคาถูก (ACA) หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Obamacare  

แมคคอนเนลใช้หลากวิธีการในการสกัดการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว เช่น Obstructionism and Senate Filibusters เพื่อดึงเช็งการพิจารณาให้ล่าช้า โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับเบี้ยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น และอาจสรางทางเลือกที่จำกัดในการเข้าถึงการรักษาสุขภาพ นอกจากนี้เขายังรณรงค์ต่อต้านนโยบาย Obamacare อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะระหว่างการเลือกตั้งกลางภาคปี 2010 โดยพยายามให้ได้เสียงข้างมากจากพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาเพื่อขัดขวางกฎหมายต่อไป 

นอกจากพยายามดึงเช็งในสภาแล้ว ส.ว.แมคคอนเนลยังใช้วิธีการฟ้องร้องทางกฎหมาย โดยได้อาศัยให้ส.ว.รีพับลิกันจากรัฐเท็กซัส ยื่นฟ้องต่อรัฐบาลสหรัฐฯ โดยว่าการกำหนดบทลงโทษทางภาษีสำหรับการไม่มีประกันสุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งภายหลังกลายเป็นคดีที่รู้จักกันในชื่อ Texas v. United States ซึ่งท้ายที่สุดศาลสูงสหรัฐฯ ก็ยกฟ้อง แม้ฝ่ายรีพับลิกันจะแพ้คดี แต่ก็ทำให้ Obamacare ถูกแช่แข็งด้วยกระบวนทางกฎหมาย 

เมื่อ Obamacare เกิดยาก รัฐบาลโอบามาจึงเสนอระบบประกันสุขภาพแผนสองที่เรียกว่า Medicaid โดยเป็นการขยายความครอบคลุมการรักษาสำหรับคนอเมริกันที่รายได้น้อย แต่ส.ว.แมคคอนเนลก็วิจาณ์ว่า นโยบาย Medicaid จะสร้างภาระทางงบประมาณให้กับรัฐบาลในอนาคต ในเวลานั้นบรรดานักวิจารณ์ต่างโต้แย้งส.ว.แมคคอนเนล ที่ต่อต้านแนวทาง ACA นั้นเกิดจากความแตกต่างทางอุดมการณ์  

ไม่ได้ให้ทางเลือกที่เพียงพอในการจัดการกับความท้าทายในระบบการรักษาพยาบาลหรือรับประกันความครอบคลุมที่ครอบคลุมสำหรับชาวอเมริกันอย่างเท่าเทียมทุกคน นักวิจารณ์ให้เหตุผลว่าแมคคอนเนล กลับให้ความสำคัญต่อผลประโยชน์ของบรรดาบริษัทประกันภัยและคนอเมริกันที่มีฐานะร่ำรวย โดยไม่สนใจความต้องการของผู้ด้อยโอกาส 

กรณีของส.ว.แมคคอนเนล นับว่าเป็นส.ว.ตัวตึงที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียงมากมาย แต่ถึงอย่างไรหากมองอีกมุมหนึ่ง แมคคอนเนลนับว่าเป็นส.ว.นักยุทธศาสตร์ที่น่าเกรงขามต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในหลายสมัย  

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแมคคอนเยลได้ทิ้งร่องรอยที่ลบไม่ออกให้กับการเมืองอเมริกัน ท่ามกลางนักวิจารณ์ประณามวิธีการของเขา แต่กลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเขาคือส.ว.ตัวตึงผู้ยึดแนวทางอนุรักษนิยมในแบบที่ไม่มีส.ว.รีพับลิกันคนใดเหมือน สิ่งที่การันตีการที่ส.ว.แมคคอนเนลได้รับการเลือกตั้งในฐานวุฒิสมาชิกจากรัฐเคนตักกี้มาตลอดกว่า 30 ปี  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์