โมดีขอคนอินเดียใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสหรัฐฯ เก็บภาษีแพง

22 ก.ย. 2568 - 15:03

  • ผู้สนับสนุนของโมดีเริ่มรณรงค์คว่ำบาตรแบรนด์สินค้าอเมริกันหลายแบรนด์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในอินเดีย

  • อินเดียมีประชากร 1,400 ล้านคน และเป็นตลาดหลักของสินค้าอุปโภคบริโภคอเมริกัน

  • ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่งเริ่มส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นมากขึ้น

โมดีขอคนอินเดียใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสหรัฐฯ เก็บภาษีแพง

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ของอินเดีย กล่าวปราศรัยต่อสาธารณชนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยขอให้ประชาชนหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในต่างประเทศ และหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศแทน เพื่อผลักดันให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ท่ามกลางความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่กำลังตึงเครียด

หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดีย 50% โมดีได้กระตุ้นให้มีการใช้ “Swadeshi” หรือสินค้าที่ผลิตในอินเดีย ผู้สนับสนุนของโมดีเริ่มรณรงค์คว่ำบาตรแบรนด์สินค้าอเมริกันหลายแบรนด์ อาทิ แม็คโดนัลด์ เป๊ปซี่ และแอปเปิล ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในอินเดีย

“สินค้าหลายอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจำวันล้วนผลิตในต่างประเทศ เราแค่ไม่รู้...เราจะต้องกำจัดมันทิ้ง” โมดีกล่าวในการปราศรัยต่อประชาชนทั่วประเทศ ก่อนการบังคับใช้มาตรการลดหย่อนภาษีผู้บริโภคในวงกว้างในวันจันทร์ “เราควรซื้อสินค้าที่ผลิตในอินเดีย”

อินเดียมีประชากร 1,400 ล้านคน และเป็นตลาดหลักของสินค้าอุปโภคบริโภคอเมริกัน ซึ่งมักซื้อจากแอมะซอน ผู้ค้าปลีกออนไลน์ของสหรัฐฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ต่างๆ ของสหรัฐฯ ได้ขยายการเข้าถึงไปยังเมืองเล็กๆ มากขึ้น

โมดียังขอให้เจ้าของร้านค้ามุ่งเน้นไปที่การขายปลีกสินค้าที่ผลิตในอินเดีย โดยให้เหตุผลว่าสิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทหลายแห่งเริ่มส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นมากขึ้น

ทั้งนี้ คาดว่า ปิยุช โกยัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของอินเดียจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อเจรจาการค้า ซึ่งจะเป็นการเปิดการเจรจาครั้งใหม่ ท่ามกลางความพยายามในการคลี่คลายความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ตึงเครียด

Photo by Kin Cheung / POOL / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์