ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้คนที่จะมีลูก หรือไม่มีเลย ซึ่งการศึกษาล่าสุดได้ทำการวิเคราะห์จาก 13 เรื่องที่เกี่ยวข้องจากผู้เข้าร่วมการวิจัยราว 10,000 คนจากสหรัฐฯ แคนาดา นิวซีแลนด์ ประเทศในบุโรป และแอฟริกา
โดยพวกเขาพบว่า ผู้ส่วนใหญ่คนตัดสินใจไม่มีลูกเพราะกลัวอากาศจะพัง
การศึกษาโดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน เชื่อกันว่าเป็นการทบทวนอย่างเป็นระบบครั้งแรกในการสำรวจว่าทำไมและเหตุใดความกังวลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องการสืบพันธุ์
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตและความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางนิเวศวิทยาของประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ระบุโดยการวิจัย ตามที่ โฮป ดิลลาร์สโตน ผู้เขียนการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Climate
แต่ความกังวลก็แตกต่างกันไปตามส่วนต่างๆ ของโลก
ดิลลาร์สโตนกล่าวว่า มีความกังวลเกิดขึ้นเฉพาะในแซมเบียและเอธิโอเปียเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสามารถของครอบครัวในการดำรงชีวิตและทรัพยากร
ปัจจัยอื่นๆ ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางนิเวศจากการมีลูก และความกลัวว่าจะมีประชากรมากเกินไปและการบริโภคมากเกินไป บางคนเลือกที่จะไม่มีลูกโดยเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การประท้วงเรื่องสภาพอากาศ’
นอกจากนี้งานวิจัยของดิลลาร์สโตนยังพบเหตุผลทางการเมืองที่ผู้คนเลือกที่จะไม่มีลูก ซึ่งเป็นอีกข้อค้นพบที่สะท้อนความรู้สึกของ ‘เอ็มมา สมาร์ท’ หนึ่งในผู้ที่ตัดสินใจว่าจะไม่มีลูก ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สมาร์ทได้เปลี่ยนจากการทำงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่ามาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมแบบเต็มเวลา ซึ่งเป็นการเรียกร้องที่ต้องเสียสละเวลา ซึ่งไม่สอดคล้องกับการมีลูก
สมาร์ทกล่าวว่า เหตุผลในการตัดสินใจของเธอมีสองอย่าง ซึ่งประการแรกคือความรับผิดชอบทางศีลธรรมในการนำเด็กเข้าสู่โลกที่พวกเขาอาจไม่มีอนาคตที่น่ารื่นรมย์และน่าอยู่ด้วยซ้ำ ประการที่ 2 คือการเกิดภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทางศีลธรรมในเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลังการมีลูก
“เราชอบที่จะเป็นป้าและลุง และยังอยู่ในฐานะที่สามารถต่อสู้ รับความเสี่ยง และเสียสละได้” สมาร์ทกล่าวพร้อมเสริมว่า ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับกุม หรือเข้าคุก หรือการเสียสละเวลาของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าหลานๆ ของเราจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้
ดิลลาร์สโตนกล่าวว่า เธอหวังว่าความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้คนตัดสินใจสืบพันธุ์โดยคำนึงถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะช่วยกำหนดนโยบายสาธารณะได้ แต่การค้นพบของเธอยังแสดงให้เห็นเหตุผลที่ผู้คนให้ไว้นั้นซับซ้อน และไม่สามารถสรุปได้ทั่วโลก




