อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีแห่งวงการเทคโนโลยี ประกาศแจกเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) ต่อวัน ให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในรัฐสำคัญที่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งจนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเลือกตั้งต้องจับตาถึงท่าทีดังกล่าวทันที เพราะอาจละเมิดกฎหมายที่ห้ามแจกเงินให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ผู้ชนะจะถูกเลือกแบบสุ่มจากผู้ที่ลงนามสนับสนุนคำร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 และ 2 ซึ่งร่างโดยองค์กร ‘AmericaPAC’ ที่มัสก์ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์
สำหรับผู้ชนะรางวัลคนแรกได้รับเช็คแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (19 ต.ค.) ที่ศาลากลางรัฐเพนซิลเวเนีย ส่วนผู้ชนะคนที่สองได้รับการประกาศรายชื่อในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (20 ต.ค.)

“นี่เป็นการขอเพียงครั้งเดียว พวกคุณแค่ไปพูดคุยกับเพื่อน ครอบครัว คนรู้จัก และผู้คนที่คุณพบเห็นบนท้องถนน และ…โน้มน้าวพวกเขาให้ไปลงคะแนนเสียง แน่นอนว่าพวกคุณต้องลงทะเบียน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาลงทะเบียนแล้ว และ…ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาไปลงคะแนนเสียง” มัสก์ กล่าวกับฝูงชนหลังประกาศรางวัล
จอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนียจากพรรคเดโมแครตซึ่งสนับสนุน กมลา แฮร์ริส กล่าวในรายการ ‘Meet the Press’ ทางสถานี NBC ว่า “กลยุทธ์ของมัสก์นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายควรพิจารณาเรื่องการแจกเงินดังกล่าว”
การแข่งขันนี้เปิดให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนในรัฐเพนซิลเวเนีย จอร์เจีย เนวาดา แอริโซนา มิชิแกน วิสคอนซิน และนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นรัฐสำคัญในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้
ริก ฮาเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเลือกตั้ง โพสต์ข้อความบนบล็อกส่วนตัวว่า ข้อเสนอของมัสก์นั้น ‘ผิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด’
กฎหมายของรัฐบาลกลางระบุว่า “ใครก็ตามที่จ่ายหรือเสนอที่จะจ่ายหรือยอมรับเงิน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการลงทะเบียนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือลงคะแนนเสียงจะโดนโทษปรับ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 331,500 บาท) หรือจำคุก 5 ปี”
แม้ว่าทางเทคนิคแล้ว มัสก์จะขอให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงนามในแบบฟอร์ม แต่ฮาเซนกลับตั้งคำถามถึงเจตนาเบื้องหลังกลยุทธ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ดี การแจกเงินให้ผู้คนไปลงคะแนนเสียงในสหรัฐฯ นั้นถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้สมัครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่รวมถึงการลงคะแนนเสียงแบบง่ายๆ ด้วย
ขณะที่ทรัมป์ถูกถามถึงประเด็นแจกเงินดังกล่าวระหว่างหาเสียงเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งทรัมป์เผยว่า “ผมไม่ได้ติดตามเรื่องนั้น” พร้อมเสริมว่า ได้พูดคุยกับมัสก์บ่อยครั้ง และเขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง
Photo by Michael Swensen / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP




