อีลอน มัสก์ ซีอีโอทวิตเตอร์ ประกาศเมื่อวันอังคาร (20 ธ.ค.) ว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทวิตเตอร์ ทันทีที่เขาพบกับคนที่จะมารับตำแหน่งแทน หลังจากเจ้าตัวสำรวจความคิดเห็นผู้ติดตามในทวิตเตอร์ว่าเขาควรนั่งเก้าอี้ซีอีโอต่อไปหรือไม่
มัสก์เป็นเจ้าของทวิตเตอร์อย่างเต็มตัวเมื่อวันที่ 27 ต.ค. และทำให้สถานการณ์ของทวิตเตอร์ชุลมุนวุ่นวาย ทั้งการปลดพนักงานออกกว่าครึ่งหนึ่ง โอนบุคลากรไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม และพยายามเรียกเก็บเงินในฟีเจอร์ต่างๆ ของแพลตฟอร์ม
ขณะที่มัสก์ทวีตข้อความว่า ‘ผมจะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอทันที ที่เจอคนที่โง่พอที่จะรับตำแหน่ง’ โดยผลโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันจันทร์ (19 ธ.ค.) แสดงให้เห็นแล้วว่ากว่า 57% หรือราวๆ 10 ล้านเสียง โหวตให้มัสก์ลงจากตำแหน่ง
นอกจากนี้มัสก์ยังใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ทำแบบสำรวจความคิดเห็นเรื่องอื่นๆ ด้วย อาทิ การคืนสถานะบัญชีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้ใช้รายอื่นๆ ที่ถูกระงับ
ขณะที่มัสก์ กล่าวเมื่อวันอังคาร (20 ธ.ค.) ด้วยว่า เขาสงสัยความน่าเชื่อถือของแบบสำรวจทวิตเตอร์ ซึ่งคะแนนเสียงส่วนใหญ่กล่าวว่าเขาควรก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น บริษัท HarrisX ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจความคิดเห็นได้ทวีตแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้ทวิตเตอร์ของพวกเขาเอง โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 61% โหวตให้มัสก์ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอ
‘น่าสนใจ แนะนำว่าบางทีเราอาจยังมีปัญหาบอทบนทวิตเตอร์’ มัสก์ทวีตตอบ
HarrisX กล่าวว่าผลการวิจัยหักล้างการโหวตบนทวิตเตอร์และเสริมว่า แบบสำรวจนี้ดำเนินการโดยอิสระจากทวิตเตอร์ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอีลอน มัสก์
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มัสก์ทวีตอิโมจิหัวเราะเยาะ เพื่อเยาะเย้ยรายงานที่ระบุว่า เขากำลังหาผู้ที่จะมาเป็นซีอีโอคนใหม่ของทวิตเตอร์ พร้อมกับทวีตข้อความด้วยว่า ‘ไม่มีใครต้องการงานแบบที่จะต้องมาคอยรักษาทวิตเตอร์ให้อยู่รอดได้หรอกโว้ย’
ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ราคาหุ้นของ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของเขาตกลงไป 1 ใน 3 นับตั้งแต่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ และบางคนแนะนำว่าคณะกรรมการของ Tesla กำลังกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่งทวิตเตอร์
ด้าน แดน อีฟส์ นักวิเคราะห์ของ Wedbush กล่าวว่า ในที่สุดก็เป็นก้าวที่ดีในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อยุติสถานการณ์ฝันร้ายอันเจ็บปวดสำหรับนักลงทุนของ Tesla
มัสก์เป็นเจ้าของทวิตเตอร์อย่างเต็มตัวเมื่อวันที่ 27 ต.ค. และทำให้สถานการณ์ของทวิตเตอร์ชุลมุนวุ่นวาย ทั้งการปลดพนักงานออกกว่าครึ่งหนึ่ง โอนบุคลากรไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม และพยายามเรียกเก็บเงินในฟีเจอร์ต่างๆ ของแพลตฟอร์ม
ขณะที่มัสก์ทวีตข้อความว่า ‘ผมจะลาออกจากตำแหน่งซีอีโอทันที ที่เจอคนที่โง่พอที่จะรับตำแหน่ง’ โดยผลโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อวันจันทร์ (19 ธ.ค.) แสดงให้เห็นแล้วว่ากว่า 57% หรือราวๆ 10 ล้านเสียง โหวตให้มัสก์ลงจากตำแหน่ง
นอกจากนี้มัสก์ยังใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ทำแบบสำรวจความคิดเห็นเรื่องอื่นๆ ด้วย อาทิ การคืนสถานะบัญชีของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้ใช้รายอื่นๆ ที่ถูกระงับ
ขณะที่มัสก์ กล่าวเมื่อวันอังคาร (20 ธ.ค.) ด้วยว่า เขาสงสัยความน่าเชื่อถือของแบบสำรวจทวิตเตอร์ ซึ่งคะแนนเสียงส่วนใหญ่กล่าวว่าเขาควรก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้น บริษัท HarrisX ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจความคิดเห็นได้ทวีตแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้ทวิตเตอร์ของพวกเขาเอง โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 61% โหวตให้มัสก์ยังคงดำรงตำแหน่งซีอีโอ
‘น่าสนใจ แนะนำว่าบางทีเราอาจยังมีปัญหาบอทบนทวิตเตอร์’ มัสก์ทวีตตอบ
HarrisX กล่าวว่าผลการวิจัยหักล้างการโหวตบนทวิตเตอร์และเสริมว่า แบบสำรวจนี้ดำเนินการโดยอิสระจากทวิตเตอร์ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับอีลอน มัสก์
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มัสก์ทวีตอิโมจิหัวเราะเยาะ เพื่อเยาะเย้ยรายงานที่ระบุว่า เขากำลังหาผู้ที่จะมาเป็นซีอีโอคนใหม่ของทวิตเตอร์ พร้อมกับทวีตข้อความด้วยว่า ‘ไม่มีใครต้องการงานแบบที่จะต้องมาคอยรักษาทวิตเตอร์ให้อยู่รอดได้หรอกโว้ย’
ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ราคาหุ้นของ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของเขาตกลงไป 1 ใน 3 นับตั้งแต่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ และบางคนแนะนำว่าคณะกรรมการของ Tesla กำลังกดดันให้เขาลาออกจากตำแหน่งทวิตเตอร์
ด้าน แดน อีฟส์ นักวิเคราะห์ของ Wedbush กล่าวว่า ในที่สุดก็เป็นก้าวที่ดีในทิศทางที่ถูกต้องเพื่อยุติสถานการณ์ฝันร้ายอันเจ็บปวดสำหรับนักลงทุนของ Tesla




