ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาลุกขึ้นมาปราบแก๊งสแกมเมอร์เพราะถูกจีนกดดัน

20 พ.ย. 2568 - 14:08

  • ศูนย์หลอกลวงจำนวนมากขยายตัวเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชายแดนเมียนมาที่กำลังเผชิญกับสงคราม

  • รายงานของผู้สังเกตการณ์บางรายระบุว่า การตรวจค้นเพิ่มเติมที่เริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้วเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามโฆษณาชวนเชื่อ

  • ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า จีนรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับจำนวนพลเมืองจีนที่เป็นทั้งผู้กระทำผิดและเหยื่อของการหลอกลวงเหล่านี้

ผู้เชี่ยวชาญชี้เมียนมาลุกขึ้นมาปราบแก๊งสแกมเมอร์เพราะถูกจีนกดดัน

กองทัพเมียนมาบุกเข้าตรวจค้นแหล่งหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตบริเวณชายแดนไทย จับกุมผู้ต้องหาได้เกือบ 350 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการปราบปรามตลาดมืดที่กำลังเฟื่องฟูและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง

ศูนย์หลอกลวงจำนวนมากขยายตัวเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชายแดนเมียนมาที่กำลังเผชิญกับสงคราม เป็นแหล่งรวมตัวของนักต้มตุ๋นที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยการหลอกลวงทั้งเรื่องความรักและธุรกิจ สร้างความเสียหายมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัฐบาลทหารเมียนมาถูกกล่าวหาว่าเพิกเฉยมาเป็นเวลานาน แต่กลับเดินหน้าปราบปรามมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากถูกจีน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางทหารคนสำคัญ กดดัน

รายงานของผู้สังเกตการณ์บางรายระบุว่า การตรวจค้นเพิ่มเติมที่เริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้วเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งทำขึ้นเพื่อบรรเทาแรงกดดันจากปักกิ่ง โดยไม่ให้กระทบต่อผลกำไรที่กองกำลังติดอาวุธซึ่งเป็นพันธมิตรของรัฐบาลทหารได้รับผลประโยชน์มหาศาล

The Global New Light of Myanmar สื่อของทางการเมียนมารายงานว่า กองทัพเมียนมาบุกเข้าโจมตีเมืองชเวก๊กโก แหล่งพนันและการฉ้อโกงในเช้าวันอังคาร (18 พ.ย.) “ระหว่างปฏิบัติการนี้ มีการจับกุมชาวต่างชาติ 346 คนที่กำลังถูกตรวจสอบ และยึดโทรศัพท์มือถือเกือบหมื่นเครื่องที่ใช้ในการพนันออนไลน์”

นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2021 ที่ก่อให้เกิดสงครามกลางเมือง พื้นที่ชายแดนที่ควบคุมอย่างหลวมๆ ของเมียนมาก็กลายเป็นแหล่งรวมการหลอกลวง ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า มีพนักงานหลายพันคนที่เต็มใจทำงาน รวมถึงผู้คนที่ถูกค้ามนุษย์มาจากต่างประเทศ

แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า จีน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทางทหารของคณะรัฐบาลทหาร รู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับจำนวนพลเมืองจีนที่เป็นทั้งผู้กระทำผิดและเหยื่อของการหลอกลวงเหล่านี้

รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวโทษกลุ่มฝ่ายค้านติดอาวุธว่า ปล่อยให้ศูนย์หลอกลวงดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองของพวกเขา แต่ระบุว่าได้ดำเนินการแล้วหลังจากทวงคืนพื้นที่จากกลุ่มติดอาวุธ

หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar รายงานว่า บริษัท ยาไท่ ของ เสอจื้อเจียง ผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ชาวจีน-กัมพูชา คือ “ผู้ที่เกี่ยวข้อง” ในการบริหารพื้นที่ชเวก๊กโก

เสอถูกจับกุมในประเทศไทยเมื่อปี 2022 และถูกส่งตัวข้ามแดนไปยังประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์และการฉ้อโกง

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า เสอจื้อเจียงได้เปลี่ยนหมู่บ้านแห่งหนึ่งบนชายแดนเมียนมา-ไทยให้กลายเป็น “เมืองตากอากาศที่สร้างขึ้นเพื่อการพนัน การค้ายาเสพติด การค้าประเวณี และการหลอกลวงที่มุ่งเป้าไปที่ผู้คนทั่วโลก”

เมื่อเดือนตุลาคม รัฐบาลทหารเมียนมาบุกค้นศูนย์หลอกลวง KK Park ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยระบุว่า กำลังรื้อถอนอาคารมากกว่า 600 หลัง

ปฏิบัติการกวาดล้างที่เป็นข่าวโด่งดังซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงประมาณ 7,000 คนถูกส่งตัวกลับประเทศ และประเทศไทยได้บังคับใช้มาตรการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน

รายงานของ UN ระบุว่า ปี 2023 เหยื่อของการหลอกลวงในเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ถูกหลอกลวงเป็นมูลค่าสูงถึง 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่า ความเสียหายทั่วโลกน่าจะ “สูงกว่านี้มาก”

Photo by SAROT MEKSOPHAWANNAKUL / THAI NEWS PIX / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์