เครื่องบินขับไล่ของกองทัพเมียนมาถูกยิงตกระหว่างการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มติดอาวุธ ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้อีกครั้งหนึ่งสำหรับรัฐบาลเผด็จการทหารที่เผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดต่อการปกครองนับตั้งแต่รัฐประหารในปี 2021
เครื่องบินเจ็ตลำนี้ถูกยิงตกเหนือรัฐกะยาทางตะวันออกของพม่า ใกล้ชายแดนไทยเมื่อวันเสาร์ (11 พ.ย.) ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังสู้รบระหว่างกองทัพและกองกำลังป้องกันชาติพันธุ์กะเรนนี (KNDF) ซึ่งพวกเขาบอกว่าได้ยิงเครื่องบินลำดังกล่าวตก
แต่ ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารบอกกับสถานีโทรทัศน์ MRTV ว่า “เครื่องบินเจ็ตตกเนื่องจากปัญหาทางเทคนิค แต่นักบินดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย และกำลังติดต่อกับกองทัพ”
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กองทัพเมียนมาต่อสู้กับกองกำลังฝ่ายค้านจากหลายแนวรบ ซึ่งนักวิเคราะห์ความมั่นคงกล่าวว่ากองกำลังชนกลุ่มน้อยและกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารก่อกบฏกำลังดำเนินการประสานงานในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีที่ถูกแต่งตั้งโดยกองทัพกล่าวว่า เมียนมามีความเสี่ยงที่จะแตกสลาย เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในรัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพรมแดนติดจีนทำให้มีผู้พลัดถิ่นแล้วอย่างน้อย 50,000 คน โดยเส้นทางการค้าถูกตัดขาด และเมืองหลายแห่งถูกยึดนับตั้งแต่การโจมตีต่อต้านรัฐบาลเผด็จการที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วโดยกลุ่มก่อความไม่สงบชาติพันธุ์ชนกลุ่มน้อย 3 กลุ่ม
ทั้งนี้ พันธมิตรกลุ่มก่อความไม่สงบกล่าวว่าได้ยึดฐานทัพทหารไปแล้วมากกว่า 100 แห่ง ขณะเดียวกันการโจมตีในเมืองต่างๆ ยังเกิดขึ้นในภูมิภาคสะกาย ทางตอนกลางของเมียนมา ทางตะวันตกของรัฐฉานอีกด้วย ขณะที่แรงงานต่างชาติหลายร้อยคน ซึ่งเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ก็ติดอยู่จากการสู้รบ รวมทั้งพลเมืองของเวียดนามและไทยด้วย
กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุเมื่อวันเสาร์ว่า “มีชาวไทย 200 คนกำลังรอการอพยพอย่างโดยเร็วที่สุดเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย”
KNDF โพสต์บนเพจ Facebook ว่าได้ใช้ปืนกลหนักยิงเครื่องบินเจ็ตลำนี้ตกไปเมื่อวันเสาร์ และสมาชิกกำลังค้นหานักบิน ขณะที่สำนักข่าว Reuters ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้้ แต่สำนักข่าว Mizzima ได้โพสต์ภาพบนเพจ Facebook เป็นภาพหมวกกันน็อคและร่มชูชีพของนักบินคนหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างไว้
Photo by Handout / Kokang Information Network / AFP




