ในขณะที่สงครามอิสราเอล-ฮามาสทวีความรุนแรงมากขึ้นในฉนวนกาซา ชาวต่างชาติจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลก็พากันอพยพออกไป แต่ทว่าผู้อพยพชาวเมียนมาร์ส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลยังไม่มีแผนจะกลับบ้านเกิดซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร
“ฉันรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นที่นี่ อย่างน้อยเราก็ได้ยินเสียงไซเรนเตือนการโจมตีของจรวดล่วงหน้า ดังนั้นเราจึงมีเวลาเตรียมและหาที่หลบภัย แต่ที่พม่าไม่มีคำเตือนดังกล่าว และการโจมตีก็มาจากกองทัพของเราเอง ฉันแค่รู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาอยู่ในเมียนมานับตั้งแต่ทหารเข้ามาปกครอง” คุณ อ่อง พนักงานร้านอาหารซึ่งอยู่ในอิสราเอลมาตั้งแต่ปี 2019 กล่าวกับเครือข่ายวิทยุ VOA ผ่านช่องทาง Zoom เมื่อเร็วๆ นี้
ขณะที่ วิน โก นักธุรกิจที่อาศัยอยู่ในเมืองเทลอาวีฟกับครอบครัวเป็นเวลา 4 ปีก็ได้เน้นย้ำถึงความไม่เต็มใจที่จะกลับไปเมียนมาอีกคนด้วยเหมือนกัน
“แน่นอน เรากังวลเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากกลุ่มติดอาวุธฮามาส แต่กองทัพอิสราเอลทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการปกป้องประชาชนของตัวเอง แต่ในเมียนมานั้น กองทัพใช้กำลังต่อสู้กับพลเมืองของตัวเอง มันจึงทำให้อิสราเอลเป็นเหมือนที่หลบภัย” วิน โกบอก
ส่วน ซานโตส (นามสมมุติ) ชาวเมียนมาร์อีกคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองเทลอาวีฟเล่าว่า “เรามีเวลา 90 วินาทีในการซ่อนตัวทันทีที่เราได้ยินเสียงไซเรนเตือน…ที่นี่ไม่มีสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ มันน่ากลัวจริงๆ”
“เป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ในตอนนี้ สถานการณ์ยังพอทนได้ แต่หากผ่านไป 1 หรือ 2 เดือนและทุกอย่างยังเหมือนเดิม เราจะไม่มีเงินซื้ออาหารด้วยซ้ำ” แต่ถึงแม้จะมีความยากลำบาก ซานโตสก็บอกว่าเขาอยากจะอยู่ในอิสราเอลมากกว่ากลับไปบ้านเกิดที่เสียหายจากสงคราม
ทั้งนี้ เว็บไซต์ของสถานทูตเมียนมาแนะนำให้พลเมืองที่อาศัยอยู่ในอิสราเอลติดต่อสถานทูตผ่านสายด่วนให้ความช่วยเหลือ และสถานทูตกำลังเตรียมการเที่ยวบินสำหรับพลเมืองที่ต้องการกลับบ้าน
Photo by AFP / JACK GUEZ




