คณะทหารเมียนมากล่าวเมื่อวันอังคาร (21 ม.ค.) ว่าได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงออนไลน์มากกว่า 50,000 คนกลับประเทศจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 โดยคณะทหารได้ยื่นคำร้องขอให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้าแทรกแซง ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
แก๊งสแกมเมอร์ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไปทั่วบริเวณเขตชายแดนของเมียนมา ทั้งยังหลอกลวงชาวต่างชาติและบังคับให้พวกเขาทำงาน
บทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ของรัฐบาลเมื่อวันอังคาร ได้เปิดเผยรายละเอียดขอบเขตของกิจกรรมทางอาชญากรรม รวมถึงการหลอกลวงทางออนไลน์และการพนันต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก
ตามรายงานของ Global New Light of Myanmar ระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 คณะรัฐประหารได้จับกุมและส่งตัวชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงตามชายแดนกลับประเทศบ้านเกิดมากกว่า 55,000 คน :
- กว่า 53,000 คนถูกส่งกลับไปจีน
- รองจากจีน คือ เวียดนาม มากกว่า 1,000 คน
- ตามมาด้วย ไทย มากกว่า 600 คน
- ส่วนที่เหลือมาจากประเทศอื่นอีกประมาณ 25 ประเทศ
ขณะเดียวกัน คณะรัฐบาลทหารเมียนมาก็เรียกร้องให้เพื่อนบ้านมีส่วนร่วมในการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์และการพนันออนไลน์ด้วย
พรมแดนทางตอนเหนือของเมียนมาที่ติดกับจีนเคยเป็นแหล่งรวมศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ซึ่งมักดำเนินการโดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนรัฐบาลทหาร แต่การบุกโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มกบฏชาติพันธุ์ทำให้ศูนย์หลอกลวงหลายแห่งถูกกวาดล้างออกไป
สื่อท้องถิ่นของเมียนมารายงานว่าแก๊งสแกมเมอร์ที่หลบหนีการกวาดล้างมาได้นั้นกลับมาตั้งศูนย์ใกล้ทางตอนใต้ตามแนวชายแดนที่ติดกับไทยอีก นอกจากนี้ สื่อของรัฐยังรายงานว่า รัฐบาลทหาร และเจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ตกลงที่จะปราบปรามการพนันออนไลน์และการหลอกลวงทางออนไลน์ร่วมกัน
“สถานที่ดังกล่าวเป็นหนึ่งในวิกฤตระดับภูมิภาคที่เร่งด่วนที่สุดที่ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญอยู่” ไบรโอนี เลา รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอตช์ประจำเอเชีย กล่าวเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.)
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้อยู่ในภาวะสับสนวุ่นวายนับตั้งแต่คณะทหารรัฐประหารขับไล่ อองซานซูจี ผู้นำพลเรือนที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2021
Photo by MANAN VATSYAYANA / AFP




