เมื่อเช้าวันศุกร์ (21 ส.ค.) กองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่เมืองเมียง จังหวัดสะกาย ทางตอนกลางของประเทศ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 14 คน เป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิง 3 คน และบาดเจ็บมากกว่า 20 คน
ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เครื่องบินรบของรัฐบาลทิ้งระเบิดขนาด 250 ปอนด์ จำนวน 4 ลูก ใส่สำนักสงฆ์ในหมู่บ้านสเวล เลล โอ ซึ่งกำลังจัดพิธีปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 5 วัน เมื่อเวลา 09:15 น. ของวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันสำคัญทางศาสนา
เนย์ อู เมียง นักรบฝ่ายกบฏเพื่อประชาธิปไตยที่ช่วยเก็บกวาดศพเล่าว่า “เนื่องจากเป็นช่วงเข้าพรรษา...ผู้สูงอายุจึงเข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 3 เดือน ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 50-70 ปี” และว่า “ไม่ใช่การโจมตีผิดพลาด พวกเขาจงใจโจมตีวัด”
นักรบฝ่ายต่อต้านท้องถิ่นคนที่สอง ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเล่าว่า “ผู้เสียชีวิต 5 คนมาจากหมู่บ้านของเรา และอีก 9 คนมาจากหมู่บ้านอื่น”
“ขณะที่เราพยายามช่วยเหลือผู้คน เครื่องบินก็มาทิ้งระเบิดเป็นครั้งที่สอง” นักรบคนดังกล่าวเล่า
ชาวบ้านในพื้นที่ยังเล่าอีกว่า ขณะนี้สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นที่พักพิงแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเกือบ 70 คน นอกเหนือจากผู้ที่มาปฏิบัติธรรมด้วย
กองทัพเมียนมาจุดชนวนสงครามกลางเมืองเมื่อยึดอำนาจในการรัฐประหารปี 2021 โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ อองซานซูจี และควบคุมตัวซูจีไว้
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100,000 คนจากทุกฝ่าย ในขณะที่กองทัพต่อสู้กับกลุ่มกบฏเรียกร้องประชาธิปไตยและชนกลุ่มน้อยต่างๆ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะผู้ตรวจสอบจากองค์การสหประชาชาติจากกลไกการสอบสวนอิสระสำหรับเมียนมา (IIMM) เผยแพร่รายงานกล่าวหาว่า กองทัพเมียนมา “โจมตีทางอากาศต่อพลเรือนอย่างไม่เลือกเป้าหมายและโดยเจตนา”
อาคารสาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัดและโรงเรียน มักตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางอากาศ
รัฐบาลเมียนมาเรียกรายงานของ IIMM ว่า “ข้อกล่าวหาฝ่ายเดียวต่อกองกำลังรักษาความปลอดภัยของเมียนมา โดยอิงจากข้อมูลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้และไม่ถูกต้อง”





