เจ้าหน้าที่เมียนมา กล่าวว่า รัฐบาลทหารเมียนมาสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนและผู้ที่มีประสบการณ์ทางทหารเตรียมพร้อมรับราชการในกรณีฉุกเฉิน หลังจาก ‘มีการโจมตีอย่างหนัก’ จากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในหลายพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดีย ระบุว่า มีทหารเมียนมาอย่างน้อย 29 นาย หลบหนีเข้ามาในอินเดียเมื่อวันพฤหัสบดี (16 พ.ย.) ที่ผ่านมา เพื่อหนีการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธในฐานทัพทหารใกล้ชายแดนอินเดีย ขณะที่กลุ่มติดอาวุธเพิ่มการโจมตีต่อรัฐบาล
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ทหารเมียนมา 43 นาย เดินทางเข้ารัฐมิโซรัมของอินเดีย หลังจากที่ฐานทัพของพวกเขาถูกกลุ่มกบฏบุกยึด ทางการอินเดียได้ส่งตัวทหารเกือบ 40 นาย กลับผ่านจุดผ่านแดนอีกจุดหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากทางตะวันออกไม่กี่ร้อยกิโลเมตร
กองทัพเมียนมาต่อสู้กับชนกลุ่มน้อยและการก่อความไม่สงบอื่นๆ มานานหลายทศวรรษ แต่การรัฐประหารในปี 2021 ทำให้เกิดการประสานงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างกองกำลังต่อต้านทหาร ที่กำลังสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดให้กับกองทัพเมียมาในรอบหลายปี
ติน หม่อง ส่วย เลขาธิการสภาบริหารในกรุงเนปิดอว์ กล่าวว่า รัฐบาลทหารได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ และอดีตเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดจัดตั้งหน่วยงานเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
สภารัฐบาล ระบุในคำสั่งว่า หากจำเป็น หน่วยดังกล่าวอาจจำเป็นต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติและความมั่นคง
ด้านติน หม่อง ส่วย ยืนยันคำสั่งดังกล่าว พร้อมย้ำว่าสถานการณ์ในเมืองหลวงทางตอนกลางของเมียนมาอยู่ในความสงบ
“นี่คือแผนที่จะช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน” เขากล่าวกับ Reuters
รัฐบาลคู่ขนานที่ก่อตั้งโดยนักการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยเพื่อต่อต้านกองทัพ และเป็นพันธมิตรกับกลุ่มกบฏบางกลุ่ม ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘Road to Naypyitaw’ ที่รัฐบาลระบุว่า มีเป้าหมายเพื่อควบคุมเมืองหลวง
ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร กล่าวเมื่อค่ำวันพุธว่า กองทัพกำลังเผชิญกับการโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มกบฏติดอาวุธจำนวนมากในรัฐฉานทางตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐคะยาทางตะวันออก และรัฐยะไข่ทางตะวันตก
ซอ มิน ตุน กล่าวว่า ที่มั่นทางทหารบางแห่งได้ถูกอพยพออกไปแล้ว และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ใช้โดรนเพื่อทิ้งระเบิดหลายร้อยลูกใส่ฐานทัพทหาร
“เรากำลังดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยโดรนทิ้งระเบิดอย่างมีประสิทธิภาพ” เขากล่าว
การรัฐประหารในปี 2021 ทำลายความหวังในการปฏิรูปและจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งที่ทำให้นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในเมืองต่างๆ รวมตัวกันพร้อมกองกำลังชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์ที่ต่อสู้เพื่อการยืนหยัดด้วยตนเองในพื้นที่ห่างไกล
การปะทะได้ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา หลายพันคนหลบหนีเข้าไปในอินเดียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจากการสู้รบในรัฐชินทางตะวันตกเฉียงเหนือ
อรินดัม บักชี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อินเดียมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ตามแนวชายแดน เขาย้ำจุดยืนของอินเดีย โดยขอให้ยุติความรุนแรงและแก้ไขสถานการณ์ผ่านการเจรจา
ทั้งนี้ รัฐบาลตะวันตกได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลทหารเมียนมาอีกครั้งเพื่อตอบสนองต่อรัฐประหารและการปราบปรามการประท้วง และเรียกร้องให้ปล่อยตัวอองซาน ซูจี รวมถึงนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนอื่นๆ
เพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมาพยายามสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ แต่นายพลส่วนใหญ่เพิกเฉยต่อความพยายามของพวกเขา
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งที่ขยายตัวในเมียนมา และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องพลเรือน
“จำนวนผู้พลัดถิ่นในเมียนมาขณะนี้เกิน 2 ล้านคนแล้ว” โฆษกสหประชาชาติกล่าว
กลุ่มกบฏกองทัพอาระกันที่ต่อสู้เพื่อการปกครองตนเองในรัฐยะไข่ กล่าวเมื่อวันพุธว่า ตำรวจและทหารหลายสิบคนได้ยอมมอบตัวหรือถูกจับในขณะที่กองกำลังของพวกเขารุกคืบ
โฆษกรัฐบาลประณามการกระทำของกลุ่มนี้ โดยกล่าวว่ากลุ่มดังกล่าว ’ทำลาย‘ รัฐยะไข่
วิดีโอชิ้นหนึ่งที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียโดยกองกำลังต่อต้านทหารในคะยา และตรวจสอบโดยสำนักข่าว Reuters แสดงให้เห็นทหารที่ได้รับบาดเจ็บยอมจำนนต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยกลุ่มกบฏได้ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่ทหารเหล่านั้นด้วย




