เว็บไซต์ข่าว Mashable รายงานว่า ยานอวกาศลูกเรือ ‘Orion หรือ โอไรออน’ ของยานภารกิจ Artemis I เข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อวันจันทร์ (5 ธ.ค.) ที่ผ่านมา โดยโอบรอบส่วนโค้งของดวงจันทร์ที่อยู่เหนือพื้นผิวเพียง 80 ไมล์
แซนดรา โจนส์ กล่าวขณะออกอากาศรายการบรรยายสดจากศูนย์ควบคุมภารกิจในฮิวสตัน ว่า “จากมุมมองนี้ เราเห็นชีวิตมนุษย์ 8 พันล้านชีวิต ทั้งหมดอยู่บนจุดสีฟ้าอ่อน หินอ่อนสีฟ้าของเรา และยานอวกาศโลกของเราเอง ซึ่งหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ยาน Orion ก็กำลังกลับมายังโลกแล้ว”
การเข้าใกล้พื้นผิวนี้มีการเพิ่มความเร็วเครื่องยนต์ใกล้ๆ กับดวงจันทร์มากกว่า 650 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 960 ฟุตต่อวินาที แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่ในยาน Orion สำหรับการเดินทางครั้งแรก 25 วันนี้ แต่การบินเปล่าที่ประสบความสำเร็จจะช่วยเปิดทางให้นักบินอวกาศได้ขึ้นยานอวกาศในครั้งหน้า โดยมีภารกิจภาคต่อ คือ การส่งนักบินอวกาศขึ้นไป ซึ่งกำหนดไว้อย่างเร็วที่สุดในปี 2024
เป้าหมายหลักของ NASA ก็คือ ความต้องการสร้างฐานโคจรรอบดวงจันทร์ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Gateway’ และเดินทางข้ามฟากไป-กลับไปยังค่ายพักบนดวงจันทร์ นอกจากนี้ คือ การส่งผู้หญิงคนแรกและคนผิวสีไปเหยียบบนดวงจันทร์ ในขณะเดียวกัน หน่วยงานจะคอยสังเกตดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 140 ล้านไมล์ ซึ่งเป้าหมายก็คือ ใช้ดวงจันทร์เป็นสนามฝึกเพื่อส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร
อย่างไรก็ดี ระหว่างการบินผ่านวัตถุในอวกาศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา NASA ขาดการติดต่อกับยานลูกเรือ Orion ตามที่คาดไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง เนื่องจากยานเคลื่อนผ่านไปหลังดวงจันทร์และใช้แรงโน้มถ่วงเพื่อเร่งความเร็ว ทำให้ดวงจันทร์ปิดกั้นสัญญาณ ‘Deep Space Network’ ของ NASA ซึ่งเป็นระบบจานวิทยุขนาดยักษ์บนพื้นโลกที่ช่วยให้สื่อสารกับยานอวกาศได้ทั่วทั้งระบบสุริยะ แต่หลังจากผ่านหลังดวงจันทร์ไป NASA ก็ติดต่อกับยานภารกิจได้ทันที
ทั้งนี้ NASA คาดว่ายานอวกาศจะตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกภายใน 5 วัน คือ วันที่ 11 ธันวาคม หลังจากกลับมาจากอวกาศเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา
แซนดรา โจนส์ กล่าวขณะออกอากาศรายการบรรยายสดจากศูนย์ควบคุมภารกิจในฮิวสตัน ว่า “จากมุมมองนี้ เราเห็นชีวิตมนุษย์ 8 พันล้านชีวิต ทั้งหมดอยู่บนจุดสีฟ้าอ่อน หินอ่อนสีฟ้าของเรา และยานอวกาศโลกของเราเอง ซึ่งหลังจากการเดินทางอันยาวนาน ยาน Orion ก็กำลังกลับมายังโลกแล้ว”
การเข้าใกล้พื้นผิวนี้มีการเพิ่มความเร็วเครื่องยนต์ใกล้ๆ กับดวงจันทร์มากกว่า 650 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 960 ฟุตต่อวินาที แม้ว่าจะไม่มีใครอยู่ในยาน Orion สำหรับการเดินทางครั้งแรก 25 วันนี้ แต่การบินเปล่าที่ประสบความสำเร็จจะช่วยเปิดทางให้นักบินอวกาศได้ขึ้นยานอวกาศในครั้งหน้า โดยมีภารกิจภาคต่อ คือ การส่งนักบินอวกาศขึ้นไป ซึ่งกำหนดไว้อย่างเร็วที่สุดในปี 2024
เป้าหมายหลักของ NASA ก็คือ ความต้องการสร้างฐานโคจรรอบดวงจันทร์ที่รู้จักกันในชื่อ ‘Gateway’ และเดินทางข้ามฟากไป-กลับไปยังค่ายพักบนดวงจันทร์ นอกจากนี้ คือ การส่งผู้หญิงคนแรกและคนผิวสีไปเหยียบบนดวงจันทร์ ในขณะเดียวกัน หน่วยงานจะคอยสังเกตดาวเคราะห์สีแดงที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 140 ล้านไมล์ ซึ่งเป้าหมายก็คือ ใช้ดวงจันทร์เป็นสนามฝึกเพื่อส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร
อย่างไรก็ดี ระหว่างการบินผ่านวัตถุในอวกาศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา NASA ขาดการติดต่อกับยานลูกเรือ Orion ตามที่คาดไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง เนื่องจากยานเคลื่อนผ่านไปหลังดวงจันทร์และใช้แรงโน้มถ่วงเพื่อเร่งความเร็ว ทำให้ดวงจันทร์ปิดกั้นสัญญาณ ‘Deep Space Network’ ของ NASA ซึ่งเป็นระบบจานวิทยุขนาดยักษ์บนพื้นโลกที่ช่วยให้สื่อสารกับยานอวกาศได้ทั่วทั้งระบบสุริยะ แต่หลังจากผ่านหลังดวงจันทร์ไป NASA ก็ติดต่อกับยานภารกิจได้ทันที
ทั้งนี้ NASA คาดว่ายานอวกาศจะตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกภายใน 5 วัน คือ วันที่ 11 ธันวาคม หลังจากกลับมาจากอวกาศเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา




