ไมเคิล หลิน ไม่เคยหวนกลับไปอาลัยอาวรณ์อีกเลยหลังจากลาออกจากเน็ตฟลิกซ์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และเชื่อว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้ว
หลินเริ่มทำงานกับเน็ตฟลิกซ์หลังลาออกจากบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่างแอมะซอนเมื่อปี 2017 และเล่าว่าเขา “มีความสุขที่ได้เลื่อนขั้นและได้กลับบ้านในย่านเบย์แอเรีย”
“ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะอยู่กับเน็ตฟลิกซ์ตลอดไป ผมทำเงินได้ปีละ 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ (15,795,450 บาท) ได้อาหารฟรีทุกวัน และได้วันหยุดแบบที่บริษัทยังจ่ายค่าตอบแทนให้แบบไม่จำกัด มันเป็นความฝันของบิ๊กเทคเลยล่ะ”
ทว่า 4 ปีหลังจากนั้นหลินก็ตัดสินใจลาออกจากเน็ตฟลิกซ์
เจ้าตัวเล่าว่า พ่อแม่คือสองคนแรกที่คัดค้านและบอกว่าเขา “ทิ้งงานที่คนที่ย้ายมาปักหลักที่สหรัฐฯ ได้มาอย่างยากเย็น” ส่วนเพื่อนร่วมงานบอกว่าให้เขาหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกจากเน็ตฟลิกซ์
เช่นเดียวกับที่ปรึกษาของหลินที่เน็ตฟลิกซ์ที่ขอเขาคิดทบทวนให้ดีก่อน และแนะนำว่าการลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่หมายความว่าเขาทิ้งประโยชน์จากเงินเดือนสูงๆ ที่เน็ตฟลิกซ์ ทว่าแม้จะได้รับการแนะนำแบบนี้หลินก็ยังตัดสินใจลาออกในอีก 3 วันต่อมา
หลินเผยว่า เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วันในช่วงแรกๆ ที่อยู่ที่เน็ตฟลิกซ์ ทว่าความสนุกของเขาเริ่มหมดลงหลังผ่านไปราว 2 ปี “โปรเจกต์ต่างๆ และการประชุมถูกผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งสองอย่างนั้นเป็นความแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ต่อกัน งานของวิศวกรเริ่มรู้สึกเหมือนการก๊อปปี้แล้ววาง”
หลินเล่าอีกว่า การระบาดของโควิด-19 ลบล้างสิ่งที่ทำให้งานของเขาสนุกออกไปทั้งหมด เหลือไว้แค่งานจริงๆ
หลินพยายามสมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์หลายตำแหน่งในเน็ตฟลิกซ์ แต่เขาอ้างว่าการที่บริษัทขาดโอกาสในการเปลี่ยนบทบาทในแนวราบนั้นบั่นทอนโอกาสของเขา
“ตอนที่ผมเริ่มงานที่เน็ตฟลิกซ์ ผมทำเงินและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ผมแค่ทำเงินโดยไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน” หลินเล่าย้อนไปในช่วงที่ยังทำงานที่เน็ตฟลิกซ์
เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งทำให้แรงบันดาลใจของหลินค่อยๆ หายไปและส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานอย่างหนัก ทำให้ได้รับผลการประเมินการทำงานที่ไม่ค่อยดีจากหัวหน้างานในเดือนเมษายน 2021
หลินเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เขามีมุมมองใหม่เกี่ยวกับชีวิต “ผมล้มเลิกความฝันที่จะเป็นเจ้าของกิจการ และโควิดช่วยเตือนใจว่าพรุ่งนี้ผมอาจไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อทำตามความฝันนั้น”
ราว 2 สัปดาห์หลังการประเมินผลงาน หลินเสนอแพ็คเกจค่าชดเชยล่วงหน้าต่อผู้จัดการของเขาสำหรับการลาออกจากบริษัท
หลินเล่าทิ้งท้ายว่าตอนนี้เกิดควาสงบลึกๆ ในตัวเขาหลังลาออกจากเน็ตฟลิกซ์ “8 เดือนแล้วตั้งแต่ผมลาออกจากเน็ตฟลิกซ์ และผมตัดสินใจว่าจะทำงานเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่ แม้ว่าผมจะเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีแหล่งรายได้ที่พอจะพึ่งพาได้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าผมทำงานที่เพิ่มพลังให้ตัวเอง สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น”
หลินเริ่มทำงานกับเน็ตฟลิกซ์หลังลาออกจากบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่างแอมะซอนเมื่อปี 2017 และเล่าว่าเขา “มีความสุขที่ได้เลื่อนขั้นและได้กลับบ้านในย่านเบย์แอเรีย”
“ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะอยู่กับเน็ตฟลิกซ์ตลอดไป ผมทำเงินได้ปีละ 450,000 ดอลลาร์สหรัฐ (15,795,450 บาท) ได้อาหารฟรีทุกวัน และได้วันหยุดแบบที่บริษัทยังจ่ายค่าตอบแทนให้แบบไม่จำกัด มันเป็นความฝันของบิ๊กเทคเลยล่ะ”
ทว่า 4 ปีหลังจากนั้นหลินก็ตัดสินใจลาออกจากเน็ตฟลิกซ์
เจ้าตัวเล่าว่า พ่อแม่คือสองคนแรกที่คัดค้านและบอกว่าเขา “ทิ้งงานที่คนที่ย้ายมาปักหลักที่สหรัฐฯ ได้มาอย่างยากเย็น” ส่วนเพื่อนร่วมงานบอกว่าให้เขาหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออกจากเน็ตฟลิกซ์
เช่นเดียวกับที่ปรึกษาของหลินที่เน็ตฟลิกซ์ที่ขอเขาคิดทบทวนให้ดีก่อน และแนะนำว่าการลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่หมายความว่าเขาทิ้งประโยชน์จากเงินเดือนสูงๆ ที่เน็ตฟลิกซ์ ทว่าแม้จะได้รับการแนะนำแบบนี้หลินก็ยังตัดสินใจลาออกในอีก 3 วันต่อมา
หลินเผยว่า เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกๆ วันในช่วงแรกๆ ที่อยู่ที่เน็ตฟลิกซ์ ทว่าความสนุกของเขาเริ่มหมดลงหลังผ่านไปราว 2 ปี “โปรเจกต์ต่างๆ และการประชุมถูกผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งสองอย่างนั้นเป็นความแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ต่อกัน งานของวิศวกรเริ่มรู้สึกเหมือนการก๊อปปี้แล้ววาง”
หลินเล่าอีกว่า การระบาดของโควิด-19 ลบล้างสิ่งที่ทำให้งานของเขาสนุกออกไปทั้งหมด เหลือไว้แค่งานจริงๆ
หลินพยายามสมัครงานในตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์หลายตำแหน่งในเน็ตฟลิกซ์ แต่เขาอ้างว่าการที่บริษัทขาดโอกาสในการเปลี่ยนบทบาทในแนวราบนั้นบั่นทอนโอกาสของเขา
“ตอนที่ผมเริ่มงานที่เน็ตฟลิกซ์ ผมทำเงินและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ผมแค่ทำเงินโดยไม่มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน” หลินเล่าย้อนไปในช่วงที่ยังทำงานที่เน็ตฟลิกซ์
เหตุการณ์เหล่านี้ยิ่งทำให้แรงบันดาลใจของหลินค่อยๆ หายไปและส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานอย่างหนัก ทำให้ได้รับผลการประเมินการทำงานที่ไม่ค่อยดีจากหัวหน้างานในเดือนเมษายน 2021
หลินเผยว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้เขามีมุมมองใหม่เกี่ยวกับชีวิต “ผมล้มเลิกความฝันที่จะเป็นเจ้าของกิจการ และโควิดช่วยเตือนใจว่าพรุ่งนี้ผมอาจไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อทำตามความฝันนั้น”
ราว 2 สัปดาห์หลังการประเมินผลงาน หลินเสนอแพ็คเกจค่าชดเชยล่วงหน้าต่อผู้จัดการของเขาสำหรับการลาออกจากบริษัท
หลินเล่าทิ้งท้ายว่าตอนนี้เกิดควาสงบลึกๆ ในตัวเขาหลังลาออกจากเน็ตฟลิกซ์ “8 เดือนแล้วตั้งแต่ผมลาออกจากเน็ตฟลิกซ์ และผมตัดสินใจว่าจะทำงานเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่ แม้ว่าผมจะเพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีแหล่งรายได้ที่พอจะพึ่งพาได้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าผมทำงานที่เพิ่มพลังให้ตัวเอง สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น”




