เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) กลุ่มผู้ก่อจลาจลในกรุงปารีสได้บุกเข้าไปในร้านค้าต่างๆ ทั่วเมืองหลวงด้วยการทุบกระจกร้านค้าและฉกชิงกล่องสินค้า โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ขัดขวาง ขณะที่การประท้วงทั่วประเทศบานปลายกลายเป็นความรุนแรง
กลุ่มชายสวมหน้ากากและเสื้อฮูดดีสีดำช่วยกันกระชากประตูเหล็กหน้าร้านจนพังเปิดออก ก่อนจะกวาดสินค้าบนชั้นวาง ทั้งบุหรี่ แว่นกันแดด เสื้อผ้า เครื่องประดับ และอาหารไปจนหมดเกลี้ยง
ความรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อผู้ประท้วงหลายแสนคนรวมตัวกันทั่วประเทศเพื่อประณามค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลังจากมีการประท้วงของนักศึกษาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ และเป็นการจุดชนวนความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศสเพียง 6 เดือน
ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP พบเห็นกลุ่มคนร้ายเดินออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต โดยถือถุงที่เต็มไปด้วยเค้ก น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ นาฬิกาโบราณก็ถูกขโมยไปจากจากร้านจิวเวลรีเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามถนน ส่วนที่มุมถนน ชั้นวางแว่นตากันแดดทั้งชั้นก็หายไปหมด ขณะที่ภายในร้าน คนร้ายค้นหาเครื่องคิดเงินแล้วทุ่มมันลงกับพื้น แต่บางครั้งกลับพบว่าข้างในนั้นว่างเปล่า
อัลมา ครูสอนศิลปะวัย 38 ปี ซึ่งนั่งอยู่บนระเบียงริมทางเท้ากับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเล่าให้ AFP ฟังว่า เธอ “ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” และว่า “ฉันเข้าใจว่าทำไมคนถึงไม่พอใจ แต่ฉันคิดว่าการทำลายทรัพย์สินนั้นไม่เป็นไร ตราบใดที่เราไม่ทำร้ายร่างกายใคร”
ครูทั้งสองคน ซึ่งเข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงที่มุ่งหน้าไปทำเนียบประธานาธิบดีก่อนหน้านี้บอกว่า พวกเธอ “เข้าใจ” การลุกฮือในครั้งนี้
เหตุรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างการเดินขบวนในกรุงปารีสและเมืองอื่นๆ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้เข้าร่วม 550,000 คน ขณะที่สหภาพแรงงาน CGT ซึ่งมีส่วนร่วมในการเดินขบวนครั้งนี้ด้วย ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมถึง 800,000 คน
เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าควบคุมสถานการณ์ หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงขว้างปาสิ่งของและจุดพลุไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่

ความโกรธแค้นที่ฝังลึก
นายกรัฐมนตรี เซบาสเตรียน เลอกอร์นู ของฝรั่งเศส ที่ประณามความรุนแรงที่บานปลาย เผยว่า เมื่อวันเสาร์มีคนถูกจับ 1,200 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจขาดเจ็บ 150 นาย แต่ตัวเลขผู้ถูกจับเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,400 คนในวันอาทิตย์
เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีสเผยว่า ถนนหลายสายในเมืองหลวง “ถูกทำลายอย่างยับเยิน” ซึ่งเป็นการแยกแยะความแตกต่างระหว่างสิทธิ “พื้นฐาน” ในการประท้วงและความรุนแรงที่ “ยอมรับไม่ได้”
ร้านอาหาร โรงแรม และอาคารที่พักอาศัยส่วนใหญ่รอดพ้นจากการถูกปล้นสะดม ส่งผลให้เกิดภาพที่แปลกประหลาด คือ ชาวปารีสกำลังเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันในวันเสาร์ตามปกติกับเพื่อนๆ ในขณะที่ฝูงชนกำลังก่อความวุ่นวายอยู่ด้านนอก
ชาวปารีเซียงต่างเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากภายในอพาร์ตเมนต์ของตัวเองอย่างปลอดภัย
จูลส์ ข้าราชการวัย 29 ปีบอกกับ AFP ว่า “ช่างเป็นภาพที่น่าตกใจจริงๆ พวกเขาคงมีความโกรธแค้นฝังลึกอยู่ไม่น้อย พวกเขาเป็นกลุ่มคนในสังคมที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม”
แม้จูลส์จะเห็นด้วยกับสิทธิในการประท้วง แต่เขาก็มองว่า กลุ่มคนที่ก่อเหตุปล้นสะดมกำลัง “บ่อนทำลายเป้าหมายของตัวเอง ลองดูสภาพบนถนนสิ”
ใกล้กับจัตุรัสปลัสเดอลารีปูบลีกใจกลางกรุงปารีส มีเศษกระจกและขยะถูกทิ้งเกลื่อนถนน ขณะที่กองจักรยานที่กำลังลุกไหม้ปล่อยควันหนาทึบออกมา โดยไม่มีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงไปก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน
Photo by KIRAN RIDLEY / AFP






