The New York Times เผย “อาวุธใหม่ของกองทัพสหรัฐฯ ปรากฏตัวขึ้น หลังจากที่ขีปนาวุธลูกหนึ่งโจมตีสนามกีฬาและโรงเรียนในภาคใต้ของอิหร่านในช่วงต้นสงคราม”
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิหร่านว่า “การโจมตีครั้งนั้นและครั้งอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน รวมถึงเด็กหญิงที่กำลังเล่นวอลเลย์บอลอยู่”
“อาวุธนั้นคือ ‘ขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ’ หรือ ‘PrSM’ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต้นแบบ และกองทัพยังไม่ได้บันทึกข้อมูลลงในระบบจัดหาของกองทัพ หรือตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เช่น ระยะทำการสูงสุด ความแม่นยำ หรือปริมาณวัตถุระเบิดที่บรรทุก”
— ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและการวิเคราะห์ภาพ ระบุ
ขีปนาวุธโจมตีแม่นยำ ‘PrSM’ ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อใด?
ขีปนาวุธ ‘PrSM’ ผลิตโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ในโรงงานที่มีพื้นที่ 115,000 ตารางฟุต พร้อมพนักงาน 400 คน ที่เมืองแคมเดน รัฐอาร์คันซอ เปิดตัวเพียง 4 เดือนหลังจากสนธิสัญญาว่าด้วยกองกำลังนิวเคลียร์พิสัยกลาง (Intermediate-Range Nuclear Forces Treaty) สิ้นสุดลงในปี 2019 ซึ่งภายใต้สนธิสัญญานั้นห้ามสหรัฐฯ และรัสเซียใช้ขีปนาวุธนำวิถีและขีปนาวุธร่อนที่ยิงจากพื้นดินที่มีระยะทำการระหว่าง 500-5,500 กม.
ขีปนาวุธนี้เสร็จสิ้นการทดสอบต้นแบบและเข้าสู่การผลิตในปริมาณน้อยซึ่งยังไม่เป็นที่ทราบกันในวงกว้างเมื่อไม่ถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยจะเข้ามาแทนที่ขีปนาวุธ ‘ATACMS’ ของกองทัพบกที่พัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1980 และสามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลประมาณ 300 กม. แต่คาดว่า PrSM จะมีระยะทำการไกลกว่าถึงสองเท่า
ในเดือนกันยายน 2022 กลาโหมสหรัฐฯ ประกาศว่าจะซื้อขีปนาวุธรุ่นใหม่จำนวน 54 ลูก ในราคา 77.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.5 พันล้านบาท) หรือประมาณลูกละ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 45 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน ในปีงบประมาณ 2023 กองทัพบกได้ขอเงินเพิ่มเติมอีก 472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อซื้อเพิ่มอีก 120 ลูก
ล็อกฮีดประกาศว่าได้ส่งมอบขีปนาวุธ PrSM ที่ใช้งานได้จริงลูกแรกให้กับกองทัพบกในเดือนธันวาคม 2023 หลายเดือนต่อมา บริษัทได้รับเงินเพิ่มอีก 219 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.1 พันล้านบาท) จากกระทรวงกลาโหมสำหรับอาวุธดังกล่าว และในเดือนมีนาคม 2025 โครงการนี้ได้รับเงินทุนเพิ่มอีก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.63 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ดี ขีปนาวุธ PrSM ถูกยิงครั้งแรกที่ฐานยิงขีปนาวุธไวท์แซนด์ส (WSMR) ในรัฐนิวเม็กซิโก เมื่อเดือนธันวาคม 2019 นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีการทดสอบยิงเพิ่มเติมอีก 12 ครั้งในรัฐนิวเม็กซิโกและแคลิฟอร์เนีย ซึ่งการทดสอบครั้งล่าสุดประกาศเมื่อวันที่ 12 มีนาคม
แล้วอาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในสงครามกับอิหร่านได้อย่างไร...

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ซึ่งกำกับดูแลปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ได้แสดงอาวุธบางส่วนที่ใช้ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของสงครามกับอิหร่าน หนึ่งในนั้นคือ ‘ขีปนาวุธ PrSM’ ที่ถูกยิงจากระบบจรวดหลายลำกล้องเคลื่อนที่ ‘HIMARS’ ในสภาพแวดล้อมที่เป็นทะเลทราย
“ขีปนาวุธ PrSM เป็นส่วนหนึ่งของการยิงถล่มจากนอกระยะของระบบป้องกันของอิหร่าน”
— กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุ
หลังจากยิงแล้ว ระบบจรวดเหล่านี้จะเคลื่อนไปยังที่อื่นทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีตอบโต้จากฝ่ายศัตรู จากนั้นจึงทำการบรรจุขีปนาวุธใหม่ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากองกำลังสหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธ PrSM จากที่ใดในระหว่างสงคราม แม้ว่ายาน HIMARS ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ จะยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้จากบาห์เรนไปยังอิหร่านก็ตาม และหน่วย HIMARS จากกองกำลังพิทักษ์ชาติวิสคอนซินก็ประจำการอยู่ที่คูเวต
เมื่อวันพุธ (1 เม.ย.) กลาโหมสหรัฐฯ ประกาศว่าได้ทำข้อตกลงกับล็อกฮีดเพื่อเร่งการผลิต PrSM ‘ในสถานะพร้อมรบ’ “ข้อตกลงดังกล่าวและสัญญามูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.62 แสนล้านบาท) ก่อนหน้านี้จะทำให้ล็อกฮีดสามารถ ‘เพิ่มกำลังการผลิต PrSM เป็น 4 เท่า’” บริษัทล็อกฮีดระบุ
นอกจากนี้ ล็อกฮีดยังวางแผนที่จะพัฒนา PrSM 4 รูปแบบ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะเพิ่มระยะทำการสูงสุดของขีปนาวุธและจะทำให้สามารถโจมตีวัตถุเคลื่อนที่ได้ รวมถึงเรือในทะเล
(Photo by Wikipedia / Darrell Ames)





