เกาหลีเหนือปิดสถานทูตในหลายสิบประเทศ อาทิ สเปน ฮ่องกง และหลายประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศกำลังดิ้นรนเพื่อรักษาสถานะทางการทูตท่ามกลางการคว่ำบาตรทั่วโลก
สื่อทางการเกาหลีเหนือ KCNA ระบุว่า ทูตของเกาหลีเหนือได้เข้าเยือนผู้นำแองโกลาและยูกันดาเพื่ออำลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าแองโกลาและยูกันดาจะสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรกับเปียงยางมาตั้งแต่ปี 1970 โดยยังคงรักษาความร่วมมือทางทหาร และจัดหาแหล่งเงินตราต่างประเทศที่หายาก
ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ประชาชนสเปน (PCPE) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในสเปนได้ยืนยันแผนการปิดสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงมาดริด โดยระบุว่าเกาหลีเหนือกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับสถาบันต่างๆ ของสเปน ตลอดจนหน่วยงานเชิงพาณิชย์และวัฒนธรรม
“การปิดสถานทูตได้ปูทางไปสู่สิ่งที่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศในรอบหลายทศวรรษ มันจะมีผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมทางการทูต งานด้านมนุษยธรรมในระบอบการปกครองที่โดดเดี่ยว ตลอดจนความสามารถในการสร้างรายได้ที่ผิดกฎหมาย…สถานทูตหลายสิบแห่งอาจถูกปิดลงเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ และอาจมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจเกาหลีเหนือจะอ่อนแอลง” แชด โอคาร์โรลล์ ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว NK Pro กล่าว
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันอังคาร (31 ต.ค.) ที่ผ่านมาว่า “สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากทางการเงินของเกาหลีเหนือในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศที่มุ่งเป้าไปที่การขาดแคลนเงินทุนสำหรับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ”
“ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถอนตัวออกไป เนื่องจากธุรกิจการหารายได้จากเงินตราต่างประเทศต้องสะดุดเพราะการคว่ำบาตรที่เข้มงวดมากขึ้นของประชาคมระหว่างประเทศ ทำให้ยากต่อการรักษาสถานทูตไว้อีกต่อไป…นี่อาจเป็นสัญญาณของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยากลำบากของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศที่เป็นมิตรตามประเพณี” กระทรวงระบุ
อย่างไรก็ดี เกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับ 159 ประเทศ แต่มีภารกิจทางการทูตในต่างประเทศเพียง 53 แห่ง ซึ่งรวมถึงสถานกงสุล 3 แห่ง และสำนักงานตัวแทน 3 แห่ง ก่อนที่จะถอนตัวออกจากแองโกลาและยูกันดา
Photo by KCNA VIA KNS / AFP




