ปากีสถานเปิดฉากถล่มแนวชายแดนอัฟกานิสถานพลเรือนดับ 36

29 มิ.ย. 2569 - 15:04

  • ปากีสถานอ้างมีเป้าหมายที่กลุ่มก่อการร้ายที่ก่อเหตุโจมตีอย่างรุนแรงในเมืองการาจีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

  • ทางการอัฟกานิสถานปฏิเสธหลายครั้งว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ

  • ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตึงเครียดนับตั้งแต่รัฐบาลตาลีบันขึ้นครองอำนาจในปี 2021

ปากีสถานเปิดฉากถล่มแนวชายแดนอัฟกานิสถานพลเรือนดับ 36

รองโฆษกรัฐบาลตาลีบันเผยว่า การโจมตีของปากีสถานใน 3 จังหวัดทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิต 36 คน และบาดเจ็บ 163 คน ขณะที่การโจมตีระหว่างสองประเทศยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

อัตตาอุลลาห์ ทาราร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานกล่าวว่า ปฏิบัติการเมื่อคืนวันอาทิตย์มีเป้าหมายที่กลุ่มก่อการร้ายที่ปากีสถานอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีอย่างรุนแรงในเมืองการาจีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 3 นาย

ทาราร์เผว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยของปากีสถานดำเนินการ “ปฏิบัติการภาคพื้นดินโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรอง” ตามด้วยการโจมตีทางอากาศตามแนวชายแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน โดยมีเป้าหมายที่ที่ซ่อนของผู้ก่อการร้ายข้ามพรมแดน

ทางการอัฟกานิสถานปฏิเสธหลายครั้งว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธ รัฐบาลตาลีบันกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การโจมตีทางอากาศใน 3 จังหวัดทางตะวันออกทำให้พลเรือนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายสิบคน โฆษกซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด ประณามการกระทำทางทหารดังกล่าวว่า เป็น “การกระทำที่ขี้ขลาดและก้าวร้าว”

การโจมตีครั้งนี้เป็นการปะทะกันครั้งล่าสุดระหว่างสองประเทศที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดนับตั้งแต่รัฐบาลตาลีบันขึ้นครองอำนาจในปี 2021 และเกิดขึ้นหลังจากสงครามที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์ซึ่งปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากกลุ่มติดอาวุธที่โจมตีสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของหน่วยเรนเจอร์ในเมืองการาจี เมืองท่าทางตอนใต้ของปากีสถาน ทำให้ทหารเสียชีวิต 3 นาย กองกำลังรักษาความปลอดภัยได้สังหารผู้โจมตี 3 คนและจับกุมผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกองทัพระบุว่าเป็นชาวอัฟกานิสถาน

กลุ่มจามาอัต-อุล-อะห์ราร์ ซึ่งเป็นกลุ่มแตกแยกจากกลุ่มตาลีบันปากีสถาน อ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีในเมืองการาจีในแถลงการณ์เมื่อคืนวันเสาร์

ทาราร์กล่าวว่า ปฏิบัติการล่าสุดของปากีสถานตามแนวชายแดนอัฟกานิสถาน มุ่งเป้าไปที่ที่ซ่อนและแหล่งหลบภัยของกลุ่มจามาอัต-อุล-อะห์ราร์ และฟิตนา อัล-ควาริจ ซึ่งเป็นคำที่ปากีสถานใช้เรียกกลุ่มตาลีบันปากีสถาน

“ปากีสถานมุ่งมั่นที่จะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคมาโดยตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็จะไม่ประนีประนอมในเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของพลเมืองของเรา ซึ่งยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของเรา” ทาราร์กล่าว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปากีสถานเผชิญกับการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธที่มุ่งเป้าไปที่ตำรวจและกองกำลังรักษาความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ทางการกล่าวโทษกลุ่มตาลีบันปากีสถาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ เตห์ริคเอตาลีบันปากีสถาน (TTP) และกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงส่วนใหญ่

ทั้งนี้ TTP เป็นกลุ่มติดอาวุธที่แยกต่างหากจากกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน แม้ว่าทั้งสองกลุ่มจะเป็นพันธมิตรกันก็ตาม

ประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองตกลงหยุดยิงกันในเดือนมีนาคม แต่ก็ยังมีการโจมตีกันประปรายนับตั้งแต่นั้นมา โดยการโจมตีของปากีสถานในเดือนมิถุนายนทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 คน ตามรายงานของเจ้าหน้าที่อัฟกานิสถาน

ในขณะที่ปากีสถานเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ปากีสถานกล่าวว่า การต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธภายในประเทศจำเป็นต้องมีการโจมตีอัฟกานิสถาน

ทางการอัฟกานิสถานปฏิเสธว่า ประเทศของตัวเองไม่ได้ถูกใช้โดยกลุ่มติดอาวุธ และกล่าวว่า ปฏิบัติการของปากีสถานทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงการโจมตีศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดในเดือนมีนาคม ซึ่งสหประชาชาติระบุว่ามีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน

ปากีสถานและอัฟกานิสถานเปิดฉากสงครามกันในปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยความรุนแรงกินเวลานานหลายสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคนและผู้พลัดถิ่นหลายหมื่นคน ตามรายงานของสหประชาชาติ

ความขัดแย้งดังกล่าวมีการสู้รบอย่างดุเดือดตามแนวชายแดน และการโจมตีทางอากาศของปากีสถานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในเมืองต่างๆ ของอัฟกานิสถาน รวมถึงเมืองหลวงและเมืองกันดาฮาร์ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้นำสูงสุดของกลุ่มตาลีบัน

การไกล่เกลี่ยจากหลายประเทศ รวมถึงจีนและซาอุดีอาระเบีย ไม่สามารถหาทางออกที่ยั่งยืนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสอง และชายแดนส่วนใหญ่ถูกปิดตั้งแต่ความรุนแรงข้ามพรมแดนในเดือนตุลาคม

ต้นเดือนมีนาคม พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานกล่าวว่า สันติภาพระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถานจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระบอบตาลีบัน “ละทิ้งการสนับสนุนการก่อการร้ายและองค์กรก่อการร้าย”

Photo by - / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์