เผยโฉม 5 ชาติใต้อิทธิพลจีน ในยุคความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์

16 ธ.ค. 2565 - 11:08

  • ความสัมพันธ์สหรัฐฯ - ไทยตกต่ำลงหลังเกิดการรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2014

  • สหรัฐฯ จำกัดความสัมพันธ์ด้านการทหารกับไทย

  • จีนใช้โอกาสนี้เพิ่มการฝึกทหารร่วมกับไทย

pakistan_most_exposed_to_chinese_influence_new_research_shows_SPACEBAR_Thumbnail_d07c2c7943.jpeg
Doublethink Lab องค์กรภาคประชาสังคมไม่แสวงผลกำไรในไต้หวัน ที่เน้นศึกษาเกี่ยวกับอิทธิพลของจีน ร่วมกับเครือข่าย China In The World ได้จัดทำ China Index ประจำปี 2022 ขึ้น ระบุว่า ไทยติดอันดับ 4 จากทั้งหมด  82 ประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากจีนมากที่สุด โดยเฉพาะด้านกองทัพ การบังคับใช้กฎหมาย และเทคโนโลยี 

ประเทศ Top 5 หรือ 5 ประเทศแรกที่ติดอันดับได้รับอิทธิพลจากจีนมากที่สุดตามดัชนี China Index 2022  อันดับ 1 คือ ปากีสถาน  อันดับ 2 กัมพูชา  อันดับ 3 สิงคโปร์  อันดับ 4 ไทย และอันดับ 5 เปรู 

ในส่วนของอิทธิพลด้านกองทัพนั้น คณะผู้จัดทำ China Index ระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่นำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์จากจีนมาก ทั้งยังมีสัญญาผลิตยุทโธปกรณ์ร่วมกับจีน โดยเมื่อปี 2017 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยตกลงสร้างโรงงานผลิตยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศเพื่อการพาณิชย์ร่วมกับจีนในจังหวัดขอนแก่น 
 
info_pakistan_most_exposed_to_chinese_influence_new_research_shows_1_94b19cd9e2.jpeg
China Index ยังระบุด้วยว่า เมื่อปี 2020 จีนยังแสดงท่าทีสนใจสร้างฐานทัพในไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายขนส่งในมหาสมุทรอินเดีย 

นอกจากนี้ กองทัพจีนยังร่วมฝึกซ้อมกับกองทัพไทย รวมถึงซ้อมปฏิบัติภารกิจด้านการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ และยังมีโครงการแลกเปลี่ยนการศึกษากับกองทัพไทยด้วย 

ส่วนข้อมูลจากสถาบันวิจัยเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศสต็อกโฮล์ม ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และไทย เคยตกต่ำลงหลังเกิดการรัฐประหารในไทยเมื่อปี 2014 ทำให้สหรัฐฯ จำกัดความสัมพันธ์ด้านการทหารกับไทยในขณะนั้น จีนจึงใช้โอกาสนี้เพิ่มการฝึกทหารร่วมกับไทย และลงนามในสัญญาจัดซื้ออาวุธ 10 ฉบับ ครอบคลุมถึงเรือดำน้ำพลังดีเซลไฟฟ้า 3 ลำ และรถถัง 48 คัน มูลค่ารวม 1,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ถือเป็นการจัดซื้อครั้งใหญ่ที่สุดของกองทัพไทย 

ขณะที่อิทธิพลด้านการบังคับใช้กฎหมาย  รายงานดัชนี China Index ระบุด้วยว่า จีนยังมีอิทธิพลต่อไทยทางด้านการบังคับใช้กฎหมาย ตัวอย่างเช่น จีนมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนร่วมกับไทย  มีการจัดทำความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายกับไทย และจีนมีการซ้อมตำรวจชายแดนร่วมกับไทยและประเทศลุ่มแม่น้ำโขงอื่นๆ 

รายงานระบุด้วยว่า จีนอาจส่งคำขอให้ไทยควบคุมตัวบุคคล เช่น การควบคุมตัว โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนส่งตัวกลับฮ่องกงเมื่อปี 2016 การส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมอุยกูร์ในไทยเกือบ 100 คนกลับจีนเมื่อปี 2015 และการส่งตัวสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน 25 คนไปดำเนินคดีในจีนเมื่อปี 2017 

รายงานของ China Index ยังระบุว่า มีการเนรเทศบุคคลจากไทยไปจีนด้วย เช่น เมื่อปี 2015 รัฐบาลไทยเนรเทศนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิชาวจีนกลับประเทศ แม้พวกเขาจะได้สถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติแล้ว 

ต่อมาคืออิทธิพลด้านเทคโนโลยี  ซึ่งรายงานของ China Index ระบุว่า บริษัทโทรคมนาคมของจีน เช่น บริษัทไชน่า โมบายและบริษัทแซดทีอี คอร์ปอเรชัน เปิดให้บริการในไทย รวมถึงการให้บริการสัญญาณ 5G 

นอกจากนี้ บริษัทไชน่า ชิปบิลดิง อินดัสทรี คอร์ปอเรชัน รัฐวิสาหกิจของจีน ยังทำข้อตกลงร่วมพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารและยุทโธปกรณ์กับกองทัพบกไทย 

China Index ระบุว่า ไทยตกลงพัฒนาเมืองอัจฉริยะกับจีนและญี่ปุ่นในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และเมื่อปี 2020 จีนเปิดตัวระบบดาวเทียมระบุพิกัด “Beidou-3Geo3” เพื่อแข่งกับระบบจีพีเอสของสหรัฐฯ โดยไทยเป็นหนึ่งใน 120 ประเทศที่ใช้บริการไป่ตู้เพื่อติดตามการเดินเรือ และใช้ในปฏิบัติการช่วยเหลือภัยพิบัติ ตลอดจนบริการอื่นๆ 
2info_pakistan_most_exposed_to_chinese_influence_new_research_shows_1_c916cded84.jpeg
ดัชนีนี้ของจีนมีขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนปรากฏเป็นข่าวอีกครั้ง หลังจากสหรัฐฯ ออกกฎหมายพุ่งเป้าควบคุมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนในเดือนต.ค. ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์จีนแถลงว่า จีนเริ่มกระบวนการปรึกษาหารือ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการพิพาททางการค้า 

“จีนดำเนินการทางกฎหมายภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก เพื่อแก้ข้อกังวลและปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรม การควบคุมการส่งออกชิปของจีนเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมโลก” กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุ 

กระบวนการปรึกษาหารือนี้ ถือเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการอันยาวนานขององค์การการค้าโลก แต่การที่สหรัฐฯ ขวางการแต่งตั้งผู้ดูแลองค์กรระงับข้อพิพาททางการค้าเท่ากับว่า ข้อขัดแย้งต่างๆ ไม่สามารถตกลงกันได้ 

อดัม ฮอดจ์ โฆษกสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า สำนักงานได้รับคำร้องขอปรึกษาหารือจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเรื่องการกระทำบางอย่างของสหรัฐฯ ส่งผลต่อเซมิคอนดักเตอร์ 

ข้อร้องเรียนของจีนเรื่องสหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิปเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากองค์กรการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ตัดสินไม่เป็นคุณกับสหรัฐฯ ในอีกคดีหนึ่งเกี่ยวกับภาษีเหล็กตามที่จีนและชาติอื่นๆ ยื่นฟ้อง ซึ่งสหรัฐฯ ที่ปกติวิจารณ์กระบวนการชี้ขาดของดับเบิลยูทีโออยู่แล้ว ไม่ยอมรับข้อค้นพบของดับเบิลยูทีโอ 

ด้านเว็บไซต์ซีเอ็นบีซี รายงานว่า การที่สหรัฐฯ ควบคุมการส่งออกชิปไปยังจีน ถือเป็นแรงกระเพื่อมล่าสุดกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ต้องพิจารณาย้ายฐานการผลิตชิปไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างเวียดนามและอินเดีย แต่ความเคลื่อนไหวนี้ ไม่มีทีท่าทำลายความโดดเด่นในการผลิตชิปของจีนได้เลย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์