ไฟป่าอินโดนีเซียรุนแรงกว่าปกติเพราะปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ส่งผลให้ควันพิษปกคลุมเมืองจนท้องฟ้าเป็นสีส้ม ประชาชนและแพทย์ล้มป่วย ขณะที่ยอดผู้มีปัญหาระบบหายใจพุ่งทะลุ 280,000 ราย หมอกควันลามข้ามพรมแดน
รายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศเผยแพทย์และประชาชนในเมืองปาลังการายา เกาะกาลิมันตัน อินโดนีเซีย เผชิญกับวิกฤตควันไฟป่าที่ปกคลุมเมืองอย่างหนัก ส่งผลให้มีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจพุ่งสูงกว่า 280,000 รายในช่วงกลางเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ขณะที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มจากหมอกควันพิษในยามบ่าย
แพทย์ล้มป่วยยังต้องสู้ต่อ
อิรวาน เมาลานา แพทย์วัย 28 ปี ประจำคลินิกสาธารณะในเมืองปาลังการายา เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่าตนเองก็ล้มป่วยจากควันไฟ แต่ยังต้องให้บริการผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย โดยระบุว่ากลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งอาการไอ มีเสมหะ และเจ็บคอ
ชาวบ้านวิงวอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ
เดีย โอตาเวีย พนักงานรักษาความปลอดภัยวัย 30 ปี พาบุตรสาวเข้าพบแพทย์หลังเด็กร้องเจ็บเมื่อหายใจ พร้อมสะท้อนว่าควันไฟแทรกเข้าถึงภายในบ้าน จนรู้สึกหายใจไม่ออกทุกวัน
ด้าน ซิกรี ยันโต ที่พาทารกมาตรวจ ระบุว่าลูกสี่ขวบของตนก็ป่วยเช่นกัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้ง "บ้านปลอดภัยจากหมอกควัน" พร้อมออกซิเจนและพยาบาล เพื่อดูแลผู้ป่วยที่ไม่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้
"เอลนีโญ" ซ้ำเติมวิกฤตไฟป่า
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าไฟป่าปีนี้รุนแรงผิดปกติเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้เกิดภาวะแล้งรุนแรง ประกอบกับการทำลายป่าและการระบายน้ำออกจากพื้นที่พรุเพื่อการเกษตรมาหลายปี ทำให้พื้นที่ที่เคยทนไฟได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
หมอกควันลามข้ามพรมแดน
หมอกควันจากอินโดนีเซียแผ่ปกคลุมไปถึง สิงคโปร์ มาเลเซีย ติมอร์ตะวันออก และฟิลิปปินส์ ส่งผลให้หลายประเทศต้องปิดโรงเรียนและออกคำเตือนด้านสุขภาพเป็นระยะ
ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซีย ระบุว่ามีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายหมื่นนายเพื่อดับไฟ แต่คุณภาพอากาศในปาลังการายายังอยู่ในระดับเป็น "อันตราย"





