กองทัพอิสราเอลกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ใจกลางเมืองกาซาจากสองทิศทางเพื่อ ‘กดดัน’ ชาวบ้านและบังคับให้พวกเขามุ่งหน้าไปทางชายฝั่ง เพื่อขับไล่พวกเขาออกจากศูนย์กลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของฉนวนกาซา
นาดาฟ โชชานี โฆษกกองทัพอิสราเอล บอกกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.ย.) ว่า “ทหารราบ รถถัง และปืนใหญ่กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ใจกลางเมือง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกดดันกลุ่มติดอาวุธฮามาส”
“กองทัพอิสราเอลกำลังเคลื่อนพลมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ ‘ประกบประชาชนไว้ตรงกลาง’ และบีบให้พวกเขาไปทางตะวันตกของเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของถนนเลียบชายฝั่งอัลราชิดที่มุ่งหน้าลงใต้...การโจมตีในย่านที่แออัดยัดเยียดกำลังก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและความหวาดกลัว และทำให้ผู้คนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เราเห็นผู้คนจำนวนมากกำลังวิ่งหนี”
— ฮานี มาห์มูด ผู้สื่อข่าว Al jazeera รายงานจากค่ายนูเซย์รัตในใจกลางกาซา
ประชาชนในเมืองกาซาบอกกับ Al jazeera เกี่ยวกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนและเครื่องบินขับไล่ และการระเบิดจาก ‘หุ่นยนต์ที่ควบคุมจากระยะไกล’ ซึ่งเป็นยานพาหนะไร้คนขับบรรจุวัตถุระเบิดที่กองทัพอิสราเอลกำลังนำไปใช้เพื่อระเบิดชุมชนต่างๆ ขณะที่กำลังรุกคืบเข้ามาในกาซา
แหล่งข่าวทางการแพทย์เผยกับ Al jazeera ว่า “มีผู้เสียชีวิตในเมืองกาซาอย่างน้อย 40 รายเมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.ย.)”
ชาวเมืองกาซากำลังเผชิญกับ ‘หายนะ’
ท่ามกลางความหายนะ ครอบครัวชาวเมืองที่กำลังอพยพต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ต้องพลัดถิ่นอีกครั้งในพื้นที่ที่ปราศจาก ‘เขตปลอดภัย’ เพียงแต่ครั้งนี้มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจจะไม่สามารถกลับบ้านได้อีกเลย
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนมากมายที่ยังอยู่ในพื้นที่ สำนักงานสถิติกลางปาเลสไตน์รายงานว่า “มีประชากรประมาณ 740,000 คน หรือราว 35% ของประชากรทั้งหมด 2.1 ล้านคนของฉนวนกาซา ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของดินแดนดังกล่าว”
สำนักสถิติยังระบุด้วยว่า “จำนวนผู้ลี้ภัยอาจลดลง เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างต่อเนื่องบีบให้คนจำนวนมากอพยพออกมากขึ้น และการบริการพื้นฐานต่างๆ ก็เริ่มขาดแคลน”
ด้านสำนักงานมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.ย.) ว่า “เส้นชีวิตสุดท้ายของเมืองกาซากำลังจะพังทลาย...อิสราเอล ‘ตั้งใจขัดขวาง’ ความพยายามในการนำความช่วยเหลือไปยังประชาชน โดยอ้างถึงการปิดด่านคนเข้าเมืองซิกิมทางตอนเหนือของกาซาที่กำลังเผชิญกับภาวะอดอยาก รวมถึงการห้ามนำอาหารบางชนิดเข้าสู่พื้นที่”
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ในปาเลสไตน์ ประณามอิสราเอลที่ ‘เพิกเฉย’ ต่อข้อกำหนดทางกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องแยกแยะระหว่างนักรบและพลเรือนในการโจมตีทางอากาศที่กาซา
ทั้งนี้ ในขณะที่อิสราเอลขยายการโจมตีในวันพฤหัสบดี (18 ก.ย.) สหรัฐฯ ได้ใช้สิทธิ์ ‘วีโต้’ มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เรียกร้องให้ ‘หยุดยิง’ ในฉนวนกาซา ยกเลิกข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือในฉนวนกาซา และการส่งตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวกลับประเทศ
“การขยายปฏิบัติการทางทหารอย่างไม่ยั้งคิดของอิสราเอลทำให้เราห่างไกลจากข้อตกลงที่จะสามารถนำตัวประกันกลับบ้านและยุติความทุกข์ทรมานในฉนวนกาซา”
— บาร์บารา วูดเวิร์ด ผู้แทนถาวรของสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ กล่าว
(Photo by Eyad BABA / AFP)




