บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยใหม่เพื่อทดแทนรหัสผ่านแบบเดิม หลังจากพบปัญหาด้านความปลอดภัยและการรั่วไหลข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft เขียนในบล็อกเมื่อเดือนกรกฎาคมว่ายุครหัสผ่านกำลังสิ้นสุดลง โดยบริษัทได้พัฒนาระบบเข้าสู่ระบบที่ปลอดภัยกว่าและเปิดให้ผู้ใช้ใหม่ใช้งานโดยอัตโนมัติตั้งแต่เดือนพฤษภาคม
ปัญหารหัสผ่านแบบเดิม
เบนัวต์ กรูเนนวัลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ความปลอดภัยจาก Eset ชี้ให้เห็นว่ารหัสผ่านมักจะอ่อนแอและผู้ใช้นำไปใช้ซ้ำในบริการออนไลน์ต่างๆ ผู้โจมตีที่มีความสามารถสูงสามารถถอดรหัสผ่านที่มี 8 ตัวอักษรหรือน้อยกว่าได้ภายในนาทีหรือแม้แต่วินาที
นักวิจัยจาก Cybernews เพิ่งค้นพบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่รวบรวมข้อมูลการเข้าสู่ระบบประมาณ 16 พันล้านรายการจากไฟล์ที่ถูกแฮกในเดือนมิถุนายน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการใช้รหัสผ่าน
เทคโนโลยีใหม่ทดแทน
กลุม Fast Identity Online Alliance (FIDO) ที่รวมบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Microsoft, Apple, Amazon และ TikTok กำลังร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมระบบเข้าสู่ระบบที่ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน โดยเฉพาะการใช้ Passkey
ระบบ Passkey ใช้อุปกรณ์แยกต่างหากเช่นสมาร์ทโฟนในการยืนยันตัวตน อาศัยรหัส PIN หรือข้อมูลชีวมิติเช่นลายนิ้วมือหรือการสแกนใบหน้าแทนรหัสผ่าน Troy Hunt ผู้สร้างเว็บไซต์ Have I Been Pwned ระบุว่าระบบใหม่มีข้อได้เปรียบคือไม่สามารถให้ข้อมูลกับเว็บไซต์ปลอมได้โดยไม่ตั้งใจ
ความท้าทายในการเปลี่ยนผ่าน
แม้จะมีข้อดีหลายประการ แต่การเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ยังคงมีอุปสรรค Hunt ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ความปลอดภัยชาวออสเตรเลียกล่าวว่าสิ่งที่รหัสผ่านมีและเป็นเหตุผลที่เรายังคงใช้อยู่คือทุกคนรู้วิธีใช้
การตั้งค่า Passkey ต้องทำบนอุปกรณ์ก่อนใช้งาน และการกู้คืนเมื่อลืมรหัส PIN หรืออุปกรณ์สูญหายมีความซับซ้อนกว่าการรีเซ็ตรหัสผ่านแบบเดิม
กรูเนนวัลด์เตือนว่าในอนาคตปัจจัยมนุษย์จะยังคงเป็นหัวใจของความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะต้องดูแลความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ของตนเองอย่างดี เพราะจะเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี
คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปสู่ระบบที่ซับซ้อนขึ้น ผู้ใช้จะพร้อมปรับตัวหรือจะยึดติดกับความคุ้นเคยของรหัสผ่าน?




