เพนตากอนไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าวัตถุปริศนาที่ลอยอยู่เหนืน่านฟ้าของสหรัฐฯ และแคนาดาเมื่อช่วงไม่กี่วันนี้อาจจะเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก
เมื่อปลายเดือนที่แล้วบอลลูนของจีนที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นบอลลูนสอดแนมลอยอยู่เหนือน่านฟ้าในรัฐมอนแทนาซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางทหารและฐานทัพเก็บขีปนาวุธ ก่อนจะถูกยิงตกด้วยเครื่องบินเจ็ต F-22 นอกชายฝั่งเซาท์แครโรไลนาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เครื่องบินเจ็ตของสหรัฐฯ ก็ยิงวัตถุอีกชิ้นหนึ่งตกนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของอะแลสกา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่าวัตถุชิ้นนี้มีขนาดเล็กกว่าบอลลูนของจีน ถัดมาอีก 1 วันสหรัฐฯ ก็ส่งเครื่องบินเจ็ต F-22 ไปยิงวัตถุที่ลอยในระดับสูงเหนือดินแดนยูคอนทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา ทางการแคนาดาระบุว่าวัตถุดังกล่าวเป็นรูปทรงกระบอกขนาดประมาณรถเต่าของโฟลกสวาเกน และวันที่ 12 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งยิงวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้รูปทรงแปดเหลี่ยมที่ลอยสูง 6,000 เมตรเหนือเหนือทะเลสาบฮูรอนในรัฐมิชิแกน
นอกจากบอลลูนลูกแรกที่ถูกยิงตกซึ่งจีนยอมรับว่าเป็นของตัวเองแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ยังไม่ทราบว่าวัตถุที่ถูกยิงตกหลังจากนั้นทั้ง 3 ชิ้นเป็นอะไรและมาจากไหน และเมื่อถูกถามตรงๆ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพก็ตอบตามตรงว่าไม่ตัดความเป็นไปได้ที่แหล่งที่มาของวัตถุนั้นอาจเป็นมนุษย์ต่างดาว
เกล็น แวนเฮิร์ค ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ (NORAD) เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือไม่ว่า “ผมไม่ตัดอะไรออกเลย ณ จุดนี้เรายังคงประเมินทุกภัยคุกคามหรือสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามที่เราไม่รู้จักที่เข้ามาในอเมริกาเหนือเพื่อระบุตัวตนของมัน”
ขณะนี้เพนตากอนกำลังเก็บกู้ซากวัตถุปริศนาที่ยิงตกในทั้ง 4 จุดเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ
“ผมจะไม่ระบุว่ามันเป็นบอลลูน” แวนเฮิร์คเผย “เราเรียกมันว่าวัตถุเพราะมีเหตุผล ผมไม่สามารถจำแนกได้ว่ามันลอยอยู่ได้อย่างไร” วัตถุลอยฟ้าปริศนาเหล่านี้ไม่มีชิ้นใดเป็นอันตรายต่อสิ่งที่อยู่บนพื้นดิน แต่พวกมันได้รับการประเมินว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยต่อการจราจรทางอากาศของพลเรือน และอาจเป็นภัยคุกคามจากการสอดแนม
การพบทั้งบอลลูนสอดแนมของจีนและวัตถุปริศนาหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันทำให้ NORAD ซึ่งจะเฝ้าระวังน่านฟ้าอเมริกาเหนือทุกวัน ปรับระบบเรดาร์ให้มีความไวที่สามารถตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนที่ช้าและขนาดเล็กลงกว่าเดิม
“เราปรับประตูบางส่วนเพื่อให้เรามองเห็นวัตถุขนาดเล็กได้แม่นยำมากขึ้น คุณยังสามารถตัดออกได้จากระดับความสูง และหลังจากการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เรดาร์ของเราสามารถแยกแยะได้ดีขึ้น” แวนเฮิร์คเผย
ทั้งเพนตากอนและหน่วยข่าวกรองกำลังเร่งศึกษาเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ที่เกิดขึ้นใกล้กับฐานทัพสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การศึกษาสิ่งที่ชุมชนข่าวกรองเรียกว่าวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ (UAP) ชี้ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่าเป็นความพยายามเพื่อสอดแนมฐานทัพและการฦกฝนของกองทัพสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่ของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เหล่านั้นเป็นบอลลูน และตอนนี้บางส่วนถูกมองว่าเป็นความพยายามสอดแนมของจีนหรือประเทศมหาอำนาจอื่น ซึ่งทั้งคู่ใช้ทั้งบอลลูนและโดรนสอดแนม
นอกจากนี้ ในรายงานต่อสาธารณะเมื่อเดือนที่แล้ว ชุมชนข่าวกรองระบุว่า จากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ 366 เหตุการณ์ มร 163 เหตุการณ์ที่ระบุได้ภายหลังว่าป็นบอลลูน ขณะที่สำนักข่าว New York Times รายงานว่า เอกสารลับที่เกี่ยวข้องระบุว่า มีเหตุการณ์อย่างน้อย 2 เหตุการณ์ที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ที่เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีทางอากาศที่ล้ำสมัยที่อาจพัฒนาโดยจีน
เมื่อปลายเดือนที่แล้วบอลลูนของจีนที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นบอลลูนสอดแนมลอยอยู่เหนือน่านฟ้าในรัฐมอนแทนาซึ่งเป็นพื้นที่อ่อนไหวทางทหารและฐานทัพเก็บขีปนาวุธ ก่อนจะถูกยิงตกด้วยเครื่องบินเจ็ต F-22 นอกชายฝั่งเซาท์แครโรไลนาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เครื่องบินเจ็ตของสหรัฐฯ ก็ยิงวัตถุอีกชิ้นหนึ่งตกนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของอะแลสกา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่าวัตถุชิ้นนี้มีขนาดเล็กกว่าบอลลูนของจีน ถัดมาอีก 1 วันสหรัฐฯ ก็ส่งเครื่องบินเจ็ต F-22 ไปยิงวัตถุที่ลอยในระดับสูงเหนือดินแดนยูคอนทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคนาดา ทางการแคนาดาระบุว่าวัตถุดังกล่าวเป็นรูปทรงกระบอกขนาดประมาณรถเต่าของโฟลกสวาเกน และวันที่ 12 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งยิงวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้รูปทรงแปดเหลี่ยมที่ลอยสูง 6,000 เมตรเหนือเหนือทะเลสาบฮูรอนในรัฐมิชิแกน
นอกจากบอลลูนลูกแรกที่ถูกยิงตกซึ่งจีนยอมรับว่าเป็นของตัวเองแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ก็ยังไม่ทราบว่าวัตถุที่ถูกยิงตกหลังจากนั้นทั้ง 3 ชิ้นเป็นอะไรและมาจากไหน และเมื่อถูกถามตรงๆ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพก็ตอบตามตรงว่าไม่ตัดความเป็นไปได้ที่แหล่งที่มาของวัตถุนั้นอาจเป็นมนุษย์ต่างดาว
เกล็น แวนเฮิร์ค ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศอเมริกาเหนือ (NORAD) เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อถูกถามว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกหรือไม่ว่า “ผมไม่ตัดอะไรออกเลย ณ จุดนี้เรายังคงประเมินทุกภัยคุกคามหรือสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามที่เราไม่รู้จักที่เข้ามาในอเมริกาเหนือเพื่อระบุตัวตนของมัน”
ขณะนี้เพนตากอนกำลังเก็บกู้ซากวัตถุปริศนาที่ยิงตกในทั้ง 4 จุดเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุนั้นๆ
“ผมจะไม่ระบุว่ามันเป็นบอลลูน” แวนเฮิร์คเผย “เราเรียกมันว่าวัตถุเพราะมีเหตุผล ผมไม่สามารถจำแนกได้ว่ามันลอยอยู่ได้อย่างไร” วัตถุลอยฟ้าปริศนาเหล่านี้ไม่มีชิ้นใดเป็นอันตรายต่อสิ่งที่อยู่บนพื้นดิน แต่พวกมันได้รับการประเมินว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยต่อการจราจรทางอากาศของพลเรือน และอาจเป็นภัยคุกคามจากการสอดแนม
การพบทั้งบอลลูนสอดแนมของจีนและวัตถุปริศนาหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกันทำให้ NORAD ซึ่งจะเฝ้าระวังน่านฟ้าอเมริกาเหนือทุกวัน ปรับระบบเรดาร์ให้มีความไวที่สามารถตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนที่ช้าและขนาดเล็กลงกว่าเดิม
“เราปรับประตูบางส่วนเพื่อให้เรามองเห็นวัตถุขนาดเล็กได้แม่นยำมากขึ้น คุณยังสามารถตัดออกได้จากระดับความสูง และหลังจากการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เรดาร์ของเราสามารถแยกแยะได้ดีขึ้น” แวนเฮิร์คเผย
ทั้งเพนตากอนและหน่วยข่าวกรองกำลังเร่งศึกษาเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ที่เกิดขึ้นใกล้กับฐานทัพสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การศึกษาสิ่งที่ชุมชนข่าวกรองเรียกว่าวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ (UAP) ชี้ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ว่าเป็นความพยายามเพื่อสอดแนมฐานทัพและการฦกฝนของกองทัพสหรัฐฯ โดยส่วนใหญ่ของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้เหล่านั้นเป็นบอลลูน และตอนนี้บางส่วนถูกมองว่าเป็นความพยายามสอดแนมของจีนหรือประเทศมหาอำนาจอื่น ซึ่งทั้งคู่ใช้ทั้งบอลลูนและโดรนสอดแนม
นอกจากนี้ ในรายงานต่อสาธารณะเมื่อเดือนที่แล้ว ชุมชนข่าวกรองระบุว่า จากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ 366 เหตุการณ์ มร 163 เหตุการณ์ที่ระบุได้ภายหลังว่าป็นบอลลูน ขณะที่สำนักข่าว New York Times รายงานว่า เอกสารลับที่เกี่ยวข้องระบุว่า มีเหตุการณ์อย่างน้อย 2 เหตุการณ์ที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ที่เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีทางอากาศที่ล้ำสมัยที่อาจพัฒนาโดยจีน




