รายงานฉบับล่าสุดของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับขีดความสามารถของกองทัพจีน ระบุว่า “กองทัพจีนกำลังอยู่ในช่วง ‘การเสริมสร้างกำลังทางทหารครั้งประวัติศาสตร์’ ซึ่งทำให้แผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ‘มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น’” และเป็นความท้าทายต่อแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการกำหนดขีดจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ใหม่ของสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย
“กองทัพจีนมีความซับซ้อนและยืดหยุ่นมากขึ้น อีกทั้งจีนยังระมัดระวังข้อตกลงใหญ่กับสหรัฐฯ เพราะมองว่าเป็นการจำกัดศักยภาพตัวเอง และกำลังเรียนรู้ความผิดพลาดของรัสเซียในยูเครน เช่น การหลีกเลี่ยงสงครามยืดเยื้อ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ไต้หวัน”
— รายงานระบุ ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมเมื่อวันอังคาร (23 ธ.ค.) ที่ผ่านมา นับเป็นฉบับแรกที่ออกในสมัยที่ 2 ของรัฐบาลทรัมป์
รายงานระบุอีกว่า “จีนและรัสเซียยังคงกระชับความเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเกือบจะแน่นอนว่า ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ร่วมกันในการต่อต้านสหรัฐฯ แต่ความร่วมมือนี้ถูกขัดขวางด้วยความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันจากทั้งสองฝ่าย”
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “จีนกำลังแซงหน้าสหรัฐฯ ในการพัฒนา ‘ไฮเปอร์โซนิก’ อาวุธความเร็วเหนือเสียง...”
รายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ในสมัยรัฐบาลโจ ไบเดนเมื่อเดือนธันวาคม 2024 เตือนว่า “จีนเป็นคู่แข่งเพียงรายเดียวของสหรัฐฯ ที่มี ‘เจตนาและกำลังพลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ’ ในการปรับเปลี่ยนระเบียบโลก” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับมือกับความท้าทายจาก ‘กองทัพจีนที่มีขีดความสามารถสูงขึ้นเรื่อยๆ’
ขณะที่ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ชุดแรกเมื่อเดือนกันยายน 2020 พบว่า “จีนกำลังมุ่งมั่นในการพัฒนาความทันสมัยทางการเมืองและสังคม ซึ่งรวมถึงความพยายามอย่างกว้างขวางในการขยายอำนาจของจีน พัฒนาระบบการปกครองให้สมบูรณ์ และปรับปรุงระเบียบโลก”
อย่างไรก็ดี การเผยแพร่รายงานฉบับปี 2020 นั้นเกิดขึ้นหลังจากมีการออกยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเน้นไปที่ภัยคุกคามจากซีกโลกตะวันตกและประเด็นภายในประเทศมากกว่าภัยคุกคามจากจีน ตรงกันข้ามกับกลยุทธ์ป้องกันประเทศแห่งชาติปี 2022 ของรัฐบาลไบเดนที่ระบุว่า ‘จีนเป็นความท้าทายหลักด้านภูมิรัฐศาสตร์สำหรับกองทัพสหรัฐฯ ในแง่ของการแข่งขันทางทหาร’
(Photo by GREG BAKER / AFP)





