กลาโหมสหรัฐฯ จำกัดยูเครนไม่ให้ใช้ขีปนาวุธโจมตีใจกลางรัสเซีย

25 ส.ค. 2568 - 14:17

  • กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขัดขวางไม่ให้ยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธที่ผลิตในสหรัฐฯ โจมตีภายในรัสเซีย

  • ทรัมป์หวังจะจัดการประชุมทวิภาคีระหว่างปูตินและเซเลนสกี แต่กลับกลายเป็นเรื่องยาก

กลาโหมสหรัฐฯ จำกัดยูเครนไม่ให้ใช้ขีปนาวุธโจมตีใจกลางรัสเซีย

Wall Street Journal รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ดำเนินการอย่างเงียบๆ เพื่อขัดขวางไม่ให้ยูเครนใช้ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีของกองทัพบก หรืออะแท็คเอ็มส์ (ATACMS) ที่ผลิตในสหรัฐฯ เพื่อโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซีย ซึ่งเป็นการจำกัดความสามารถของยูเครนในการใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย

รายงานข่าวนี้มีขึ้นขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี และความล้มเหลวในการผลักดันข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน

หลังจากทรัมป์ประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และการประชุมต่อมากับผู้นำยุโรปและประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ไม่สามารถสร้างความคืบหน้าที่ชัดเจนได้ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เขากำลังพิจารณาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียอีกครั้ง หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ การถอนตัวจากกระบวนการสันติภาพ

ทรัมป์เผยว่า “ผมจะตัดสินใจว่าเราจะทำอย่างไร และมันจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ หรือภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ หรือทั้งสองอย่าง หรือเราจะไม่ทำอะไรเลยและบอกว่าเป็นการต่อสู้ของพวกคุณเอง”

ทรัมป์หวังจะจัดการประชุมทวิภาคีระหว่างปูตินและเซเลนสกี แต่กลับกลายเป็นเรื่องยาก เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์กับ NBC เมื่อวันศุกร์ว่า ยังไม่มีกำหนดการสำหรับการหารือกับเซเลนสกี

“ปูตินพร้อมที่จะพบกับเซเลนสกีเมื่อวาระการประชุมพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอด และวาระการประชุมนี้ยังไม่พร้อมเลย” ลาฟรอฟกล่าวกับ NBC โดยกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีแผนพบปะกัน

Wall Street Journal รายงานว่า ขณะที่ทำเนียบขาวพยายามโน้มน้าวให้ปูตินเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ กระบวนการอนุมัติที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ยับยั้งไม่ให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย

ทั้งนี้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้อาวุธพิสัยไกล

Photo by US ARMY / US ARMY / AFP

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์