กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อนุมัติให้ทำเนียบขาวส่ง ‘ขีปนาวุธโทมาฮอว์กพิสัยไกล’ ให้ยูเครน ซึ่งอาจตอบสนองความต้องการของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ที่ต้องการอาวุธเพิ่มเติมในสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย หากประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติขั้นสุดท้าย
มีรายงานว่า “การอนุมัติของกระทรวงกลาโหมนี้ มาจากการประเมินว่า การจัดหาขีปนาวุธโทมาฮอว์กจะไม่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคลังอาวุธของสหรัฐฯ”
“หลังจากที่คณะเสนาธิการทหารร่วมได้ประเมินอีกครั้งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยแจ้งให้ทรัมป์ทราบว่า พันธมิตรในยุโรปเห็นว่า แทบไม่มีเหตุผลเลยที่สหรัฐฯ จะไม่ส่งขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์คัดค้านการส่งขีปนาวุธดังกล่าวให้กับเซเลนสกี” เจ้าหน้าที่ยุโรป 2 คน บอกกับสำนักข่าว CNN
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์บอกกับเซเลนสกีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมว่า เขาจะไม่จัดหาขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้กับยูเครน อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในตอนนี้ “มันไม่ง่ายเลยสำหรับเราที่จะให้...คุณกำลังพูดถึงอาวุธทรงพลังจำนวนมหาศาล”
การจัดหาขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้กับยูเครนก่อให้เกิดความท้าทายทั้งเชิงกลยุทธ์และทางการเมืองสำหรับรัฐบาลทรัมป์ ขีปนาวุธพิสัยไกลเหล่านี้ ซึ่งสามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 1,000 ไมล์ (1,609 กิโลเมตร) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของยูเครนในการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียได้อย่างมาก
“กองสำรองคลังแสงของสหรัฐฯ มีเพียงพอที่จะสนับสนุนการส่งมอบขีปนาวุธโทมาฮอว์กให้กับยูเครนโดยไม่ทำให้ความพร้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังต้องคำนึงถึงการสร้างความกดดันตอบโต้ การทูต และนโยบายภายในประเทศ ซึ่งต้องมีการปรับสมดุลระหว่างปัจจัยเหล่านี้”
— CNN รายงานคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ
ฌอน พินเนอร์ อดีตทหารกองทัพอังกฤษโพสต์บน X ว่า “โทมาฮอว์กจะให้ผลลัพธ์ที่น่าตกใจแก่ปูติน ซึ่งน่าประหลาดใจที่เขา (ปูติน) ไม่ได้เจออาวุธแบบนี้มานานหลายปีแล้ว”
ขณะที่รัสเซียได้เตือนสหรัฐฯ ไม่ให้ส่งขีปนาวุธเหล่านี้ไปยังยูเครน โดยให้เหตุผลว่า “จะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดครั้งใหญ่” ปัจจุบัน รัสเซียกำลังใช้ขีปนาวุธที่ผลิตขึ้นเอง นอกเหนือจากขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือและโดรนจากอิหร่าน
(Photo by U.S. NAVY / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)





