กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ใช้ ‘Grok’ ซึ่งเป็นบอทปัญญาประดิษฐ์ของ อีลอน มัสก์ ในการยิงขีปนาวุธจำนวนมากกว่า 2,000 ลูก ในช่วงสงครามอิหร่าน
รายงานระบุโดยอ้างคำแถลงในชั้นศาลของ คาเมรอน สแตนลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า “มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการระบุเป้าหมายและโจมตีทางทหารในสถานการณ์จริง”
“โมเดล AI รุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานของรัฐบาลที่ชื่อว่า ‘Grok Gov’ ซึ่งช่วยให้กองทัพสหรัฐฯ สามารถส่งยุทโธปกรณ์มากกว่า 2,000 ชิ้นไปยังเป้าหมายที่แตกต่างกัน 2,000 แห่งได้ภายในเวลา 96 ชั่วโมง”
— สแตนลีย์ กล่าว ก่อนที่จะกล่าวอ้างอย่างภาคภูมิใจว่า “การลดการควบคุมดูแลของมนุษย์ในการยิงขีปนาวุธนั้น ‘ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานได้อย่างมาก’ ในความขัดแย้งดังกล่าว”
สหรัฐฯ ได้เปิดฉากความขัดแย้งนี้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธมากกว่า 1,000 ลูกภายในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมีขีปนาวุธอย่างน้อยหนึ่งลูกที่ตกใส่โรงเรียนเด็กผู้หญิงทางตอนใต้ของอิหร่าน และมีรายงานว่าส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิตถึง 150 ราย
แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า Grok เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงขีปนาวุธหรือการเลือกเป้าหมายเหล่านั้นอย่างไรกันแน่
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้อนุมัติสัญญาจ้างมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 พันล้านบาท) ให้แก่บริษัท ‘xAI’ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเพียงประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากที่ Grok สร้างความตกตะลึงด้วยการโพสต์ข้อความต่อต้านชาวยิวอย่างรุนแรง และเรียกตัวเองว่า ‘MechaHitler’
คำให้การของสแตนลีย์ถูกยื่นในนามของบริษัท xAI ของมัสก์ ในคดีความที่ฟ้องร้องโดยสมาคมแห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าของคนผิวสี (NAACP) ซึ่งกล่าวหาว่าบริษัทเทคโนโลยีแห่งนี้ในข้อหา ‘แอบเดินเครื่องกังหันก๊าซผลิตไฟฟ้า 27 เครื่องโดยไม่มีใบอนุญาต’ ซึ่งก่อมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรงในย่านชุมชนคนผิวสี เมืองเซาท์เฮเวน รัฐมิสซิสซิปปี
(Photo by LIONEL BONAVENTURE / AFP)




